กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดประชุมหารือระหว่างภูมิภาคทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนการดำเนินงานที่ดีด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน


         ในวันจันทร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ Conference Room ๑
ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
ลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
กล่าวปาฐกถาพิเศษในนามรัฐบาลไทย ในการประชุมหารือระหว่างภูมิภาคเพื่อแลกเปลี่ยนการ
ดำเนินงานที่ดีด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (Interregional Dialogue: Sharing Good
Practices on Business and Human Rights) จัดโดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
(ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights: AICHR), โครงการพัฒนา
แห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP), คณะกรรมาธิการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic
and Social Commission for Asia and the Pacific: UNESCAP), องค์การเพื่อความร่วมมือ
และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and
Development: OECD), คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนออสเตรเลีย (Australian Human
Rights Commission), โครงการ Enhanced READI ของสหภาพยุโรป และ ASEAN CSR
Network เพื่อเป็นเวทีหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับเคลื่อนหลักการชี้แนะของ
สหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระหว่างกลไกสิทธิมนุษยชนจากทุกภูมิภาค
ทั่วโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๔-๖ มิถุนายน ๒๕๖๑ โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ
ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมจากประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วม

          ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ยืนยันความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทย ในการปฏิบัติตาม
หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับนโยบาย และระดับ
ปฏิบัติ โดยครอบคลุมการดำเนินงานทั้ง ๓ เสาหลัก คือ “คุ้มครอง” (Protect) “เคารพ” (Respect)
“เยียวยา” (Remedy) ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ปรับแก้กฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการ
หลายประการเพื่อกำกับให้ภาคธุรกิจประกอบการโดยเคารพสิทธิมนุษยชน เช่น
การคุ้มครองแรงงาน การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว การปรับค่าแรงขั้นต่ำ การป้องกันและปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์ และการจัดให้มีช่องทางและมาตรการรับเรื่องร้องเรียน แก้ปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เป็นต้น รวมทั้งได้มอบหมายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจปฏิบัติตนเป็นต้นแบบในการปฏิบัติตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติฯ อีกทั้งความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทยได้รับการยืนยันจากนายกรัฐมนตรี ในหลายโอกาส เช่น การกล่าวถึงในรายการศาสตร์พระราชาฯ สารนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันสิทธิมนุษยชนสากล พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมทั้งการเชิญให้คณะทำงานสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนกับบรรษัทข้ามชาติและองค์กรอื่นๆ (UN Working Group on the issue of human rights and transnational corporations and other business enterprises – WG on BHR) เยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นโอกาสที่หน่วยงานต่างๆ ได้หารือร่วมกับคณะทำงานสหประชาชาติฯ อย่างสร้างสรรค์ และได้รับข้อเสนอแนะหลายประการเพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ โดยเฉพาะจะได้นำมาเป็นฐานในการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) ต่อไป ซึ่ง ปัจจุบันกระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกร่างแผนฯ จากนั้นจะได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ต่อไป

          นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้ยืนยันความเป็นผู้นำของประเทศไทย โดยแสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศสมาชิกอาเซียนในการขับเคลื่อนหลักการชี้แนะของสหประชาชาติฯ โดยได้เชิญชวนให้ประเทศสมาชิกอาเซียนพิจารณาจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นหลักประกันให้การขับเคลื่อนหลักการชี้แนะของสหประชาชาติฯ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


ร่วมแสดงความคิดเห็น

- ท่านต้องเข้าสู่ระบบ จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ -

ยังไม่มีความคิดเห็น

    -- ยังไม่มีความคิดเห็น --