โครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม
|
โครงการคืนคนดีสู่สังคม
|
โครงการยุติธรรมเคลื่อนที่
หน้าหลัก
เกี่ยวกับองค์กร
ข่าว
กฎหมาย
แสดงความคิดเห็น
สื่อประชาสัมพันธ์
เกี่ยวกับองค์กร
ประวัติ กระทรวงยุติธรรม
ปฐมเสนาบดี
ตราสัญญลักษณ์กระทรวง
ผู้บริหาร กระทรวงยุติธรรม
โครงสร้างกระทรวงยุติธรรม
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทศาสตร์
เว็บไซต์หน่วยงานในสังกัด
กำหนดการผู้บริหาร
กำหนดการผู้ตรวจ
ปฎิทินพระราชทาน
สารบัญหนังสือเวียน
คำสั่งกระทรวงยุติธรรม
คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม
แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2552 - 2555
แผนปฏิบัติราชการสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 4 ปี พ.ศ.2552- 2554
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
ปฐมเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม
ปฐมเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม
พระประวัติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์
แนวทางการพิจารณาพิพากษาคดีความ
แนวทางการพิจารณาพิพากษาคดีความ
โดย สมโชค บุญกำเนิด*
ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
......................................................................................
ตอนที่แล้วกระผมได้เรียนให้ทราบว่า ในการพิจารณาพิพากษาคดี พระองค์ท่าน(กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฎ์)ได้ให้หลักกฎหมายไว้ ซึ่งได้ใช้มาจนปัจจุบันนี้ หลักที่ว่านั้น คือหลัก ปล่อยผู้ผิดสักสิบคน ก็ยังจะดีเสียกว่าจะลงโทษ คนที่หาผิดมิได้คนหนึ่ง และหลักนี้ ได้ปรากฏในคำพิพากษาที่พระองค์กับคณะได้วินิจฉัยไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
คำพิพากษาที่ ๓๒๖ พ.ศ. ๒๔๕๕
วิธีพิจารณา ภาษิต
ในคดีอุกฤษฏโทษ ถ้าการพิจารณายังมิกระจ่างแจ้งชัดจะฟังเอาแต่ข้อพิรุธ ลงโทษจำเลยนั้นมิได้ ต้องให้ประโยชน์แก่จำเลยตามธรรมภาษิตที่ว่า คดีมีเหตุสงไสย จะปล่อยผู้ผิดเสียสักสิบคนก็ยังดีกว่าจะลงโทษคนที่หาผิดมิได้คนหนึ่ง--------------------------------------- ศาลฎีกา
วันที่ ๓๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๓๑
ขอเดชะฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้ากรรมการฎีกา ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบ ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท
มูลคดีในระหว่าง อัยการเมืองปราจิณบุรี โจท นายถมยา นายบุดดี นายดา จำเลย โจทฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ศก ๑๒๕ เวลายามเศษ จำเลยกับพวกมีอาวุธครบมือกันเข้าปล้นเรือ นายมาอำแดงเอี่ยมที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบิลบุรี เก็บทรัพย์ไปราคา ๑๕๐ บาท แลเอาปืนยิง นายมาเจ้าทรัพย์ตาย อำแดงเอี่ยมมีบาดเจ็บ จำเลย ๓ คนให้การปฏิเสธ แลต่างอ้างฐานที่อยู่
การวินิจฉัยข้อจริงเท็จในคดีเรื่องนี้อันปรากฏจากการพิจารณานั้นศาลล่างเห็นว่า มีพยานโจท ๒ คน คือ อำแดงจีด อำแดงบัว เบิกความว่า ในวันที่โจทฟ้องนั้น เวลากลางคืนมีผู้ร้ายประมาณ ๖ คน เข้าปล้นเรือนายมาอำแดงเอี่ยม ผู้ร้ายยิงปืนหลายนัด อำแดงเอี่ยมเปนบุตร์เจ้าทรัพย์แลอยู่ในเรือนั้น ได้เห็นตัวผู้ร้ายจำได้ว่านายถมยา นายบุดดี จำเลย ๒ คนนี้ นายมาบิดาพยานถูกปืนผู้ร้ายอยู่ได้ ๗ วันตาย อำแดงบัวพยานอีกคนหนึ่งนั้น เปนเพื่อนเรือค้าขายจอดเรืออยู่ใกล้กัน รู้เห็นเหตุร้ายเหล่านั้นประกอบกับอำแดงจีด เว้นแต่ข้อที่จำตัวนายถมยาจำเลยนั้น อำแดงยังไม่ยืนยันว่าจำได้ แน่นอน เหตุภายนอกอันประกอบเปนข้อพิรุธของจำเลยมีว่า เมื่อก่อนเวลาที่เกิดปล้นมีพยานได้เห็นจำเลยถืออาวุธเดิรไปมาพูดจาซุบซิบกัน แลต่อจากเวลานั้นมาไม่ช้า พยานก็ได้ยินเสียงปืนที่ผู้ร้ายปล้นเรือนายมา อำแดงเอี่ยม ข้อความเหล่านี้ประกอบเหตุผลทำให้เห็นว่า จำเลยมีพิรุธได้กระทำผิดจริง เว้นเสียแต่นายดาจำเลยซึ่งหลักฐานฝ่าโจทสืบไปไม่พอฟังว่าเปนมณทิล
ศาลมณฑลปราจิณบุรีเห็นว่า มีเหตุพอจะสันนิษฐานชี้ขาดไปว่า นายถายมจำเลยเป็นผู้ยิงนายมาตาย ควรมีโทษหนักกว่าจำเลยอื่น จึงพิพากษาให้ประหารชีวิตนายถมยา แลจำคุกนายบุดดี ๒๐ ปี แลให้ปล่อยตัวนายดาไป พนักงานอัยการแลนายถมยาอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษเห็นว่า ใครจะเปนผู้ยิงนายมาตายนั้น โทษไม่ต่างกันเพราะนายมาต้องตายด้วยมือจำเลยนั่นเองความผิดดังว่านี้ ประมวญอาญามาตรา ๖๓(๑) บัญญัติว่าเปนตัวการด้วยกัน ควรลงโทษจำเลยได้ตามมาตรา ๒๕๐ ข้อ ๖(๒) จึงพิพากษาให้ประหารชีวิตร์นายถมยา นายบุดดีทั้ง ๒ คน ส่วนนายดานั้นยืนตามศาลเดิมให้ปล่อยไป นายถมยา นายบุดดี จำเลยทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
ข้าพระพุทธเจ้าได้พร้อมกันปฤกษาคดีนี้โดยเลอียดแล้วเห็นด้วยเกล้าฯ ว่า การวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีนี้ โจทมีพยานสำคัญอยู่ ๒ คน คืออำแดงจีด บุตร์เจ้าทรัพย์กับอำแดงบัวเพื่อนเรือ ในชั้นไต่สวนอำแดงจีดพูดกลับไปกลับมาถึง ๓ กลับ แสดงว่าไม่สู้แน่ใจในความจำนายถมยมจำเลยได้ อำแดงบัวนั้นเล่า ในชั้นให้การต่อศาลก็ว่าคลับคล้ายคลับคลาไม่ยืนยันว่าจำนายถมยาจำเลยได้แน่ พยานเหตุผลภายนอกประกอบคดีนั้นก็ยังเปนเวลาห่างจากเวลาเกิดเหตุปล้นทั้งฐานที่นายถมยาก็มีบ้าง ในคดีที่เป็นอุกฤษฏโทษถึงตาย ถ้าการพิจารณายังมิกระจ่าง จะฟังเอาพิรุธนายถมยาลงโทษถึงตายนี้ยังหมิ่นเหม่ยังมิบังควรและธรรมภาษิตว่าไว้ว่า คดีเมื่อมีเหตุเคลือบแคลงสงสัยจะปล่อยผู้ผิดเสียสัก ๑๐ คนก็ยังจะดีกว่าจะลงโทษคนที่หาผิดมิได้คนหนึ่ง ดังนี้ข้าพระพุทธเจ้ารับพระราชทานปฤกษาเห็นด้วยเกล้าฯ ว่า ชอบที่ให้ปล่อยนายถมยาไป แต่นายบุดดีนั้นมีพิรุธโดยไม่ต้องสงสัยควรให้จำคุกไว้ตลอดชีวิต
ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวาย สำเนาคำพิพากษาศาลมณฑลปราจิณบุรี ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษ และฎีกาจำเลยทรายใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท การจะควรประการใดสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า กรมสวัสด
พระยาจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
พระยากฤติกานุกรณ์กิจ
พระยานรเนติบัญชากิจ
พระยาเกษมศุขการี
***
(๑) เทียบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓
(๒) เทียบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๗)
ที่ ๑๗/๖๓๑ พระราชวังสนามจันทร
วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พระพุทธศักราช ๒๔๕๖
ทูล กรมหลวงสวัสดิวัตนวิศิษฏ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๒๖/๑๓๑ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ร.ศ. ๑๓๑ ปฤกษาโทษ อ้ายบุดดีซึ่งคุมพวกปล้นเรือฆ่านายมาเจ้าทรัพย์ตาย ที่ปากน้ำเมืองกระบิลบุรี คดีนี้ศาลมณฑลปราจิณบุรีพิพากษาจำคุกอ้ายบุดดี ๒๐ ปี ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษปฤกษาแก้ให้ประหารชีวิตร์ แต่ศาลฎีกา เห็นควรจำคุกอ้ายบุดดีตลอดชีวิตร์ ได้ตรวจเห็นว่าคำพิพากษาศาลฎีกาชอบแล้ว อนุญาตให้ลงโทษ อ้ายบุดดีตามคำพิพากษาศาลฎีกา
(พระบรมนามาภิธัย) สยามินทร์
ในโอกาสต่อไป กระผมจะได้นำแนวทางคำพิพากษา ในลักษณะใกล้เคียงกันมานำเสนออีกคำ พิพากษาหนึ่ง คือหลักคำโบราณที่ว่าด้วย จับให้มั่นคั้นให้ตาย
หมายเหตุ ข้อมูลจากหนังสือ เนติบัญฑิตยสภาในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิมพ์ทูลเกล้าฯถวาย เนื่องในงานพระศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๘
...............................................................................
แผนผังเว็บไซต์
|
แสดงความคิดเห็น
|
สมุดโทรศัพท์อิเล็กทรอนิกส์
Copyright @ 2010 By ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม โทร 0 2141 5100