กรมบังคับคดี ลงนาม MOU ร่วมกับ สำนักงาน ปปง. แลกเปลี่ยนข้อมูลในคดีเน้นบูรณาการให้ทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

13 ก.ย. 2560 16:33 น. 25 ครั้ง

     วันนี้ (13 กันยายน 2560) เวลา 11.00 น. กรมบังคับคดี ร่วมกับ สำนักงาน ปปง. ลงนามความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลในคดี เป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ณ ห้อง Library 1918 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร

     นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลในคดีในครั้งนี้ เป็นไปตามแผนยุทศาสตร์ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560 – 2579 และแผนปฏิบัติ ราชการ 4 ปี พ.ศ. 2559 – 2560 ของกรมบังคับคดี ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนในประเทศ และบูรณาการความร่วมมือด้านการบังคับคดีกับต่างประเทศ ที่ได้มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการบังคับคดี ด้วยการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นระบบ และเป็นฐานข้อมูลกลางในคดีเพื่อการสืบค้นข้อมูลและติดตามทรัพย์สิน เพื่อให้การบังคับคดีแพ่ง และการบังคับคดีล้มละลายเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีในการเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อบุคคล และรายการทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดี ทั้งในคดีแพ่งและคดีล้มละลาย ของกรมบังคับคดี กับข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อบุคคลและรายการทรัพย์สินที่ถูกดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน เฉพาะที่คดีถึงที่สุดแล้ว และรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด และรายการทรัพย์สินที่ถูกระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายของอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงของ สำนักงาน ปปง. โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ การลงนาม ความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลของกรมบังคับคดี และ สำนักงาน ปปง. ในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ซึ่งจะส่งผลในการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้

  1. กรมบังคับคดีสามารถสืบค้นข้อมูลและตรวจสอบรายการทรัพย์สิน ในการบังคับคดีก่อนที่จะมีการยึดหรืออายัด เพื่อป้องกันและลดการยึด หรืออายัดทรัพย์สิน ที่มีความซ้ำซ้อนกับทรัพย์สินที่มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย
  2. กรมบังคับคดีสามารถตรวจสอบข้อมูลรายชื่อบุคคลหรือรายการทรัพย์สินที่ถูกดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ตลอดจนรายชื่อบุคคลหรือทรัพย์ที่ถูกระงับการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อใช้ประกอบในการบังคับคดีแพ่งและคดีล้มละลาย
  3. เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนยิ่งขึ้น

     กรมบังคับคดีมีนโยบายในการเป็นศูนย์ข้อมูลกลางเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ (Debtor Data Center) และเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางทะเบียนภาครัฐและภาคเอกชนเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับคดีแพ่งและ การรวบรวมทรัพย์สินในคดีล้มละลาย เพื่อประโยชน์แก่บรรดาเจ้าหนี้ และลูกหนี้