“ยุติธรรม” นำมิติด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมขับเคลื่อน THAILAND ๔.๐ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

13 ก.ย. 2560 16:41 น. 205 ครั้ง

กระทรวงยุติธรรม รวมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แสดงเจตนารมณ์เดินหน้าดำเนินงานคุ้มครองสิทธิมนุษชนอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มขีดความ สามารถการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระยะ ๒๐ ปี และนโยบาย THAILAND ๔.๐ ให้เกิดความก้าวหน้า นำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ภายใต้รหัส ๔ สร้าง + ๓ ปรับ + ๒ ขับ + ๑ ลด นำสังคมสู่สันติสุข

         เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น ๔ โรงแรม
มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษการเตรียมความพร้อมก่อนประกาศวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน THAILAND ๔.๐ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงจุดมุ่งหมายของการจัดงานเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนนำเสนอรัฐบาลประกาศ เป็นวาระแห่งชาติสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน THAILAND ๔.๐ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นการรวมพลัง ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ ความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันดำเนินงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง ส่งเสริมและสนับสนุนต่อการเพิ่มขีดความสามารถ
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี และนโยบาย THAILAND ๔.๐ ให้เกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นการต่อยอดการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายใต้รหัส ๔ สร้าง + ๓ ปรับ + ๒ ขับ + ๑ ลด เพื่อเป้าหมาย "กุญแจสู่สังคมสันติสุข" โดยมีผู้บริหาร
ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยประธานองค์กรอิสระ หัวหน้าส่วนราชการ
จากทุกกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด ยุติธรรมจังหวัด คณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่าง
ประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ผู้บริหารองค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชน รวมทั้ง
สื่อมวลชนเข้าร่วมงาน จำนวนกว่า ๗๐๐ คน
          โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า สิทธิมนุษยชน
เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญและต้องทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการปลูกฝัง
ให้ทุกคน ทุกชุมชน ทุกกลุ่มและทุกระดับรายได้ให้เกิดการตระหนักรู้เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงกัน
ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความมุ่งมั่น ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ
ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ยึดหลักของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ การเดินหน้า
พัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้น รัฐบาลได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา
เป็นกรอบในการนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้
แนวคิด Thailand ๔.๐ เพื่อก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ให้เหมาะสมในแต่ละระดับ สร้างสังคมไทยให้มีสิทธิ เสรีภาพ มีความเท่าเทียม
คำนึงถึงหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความรัก ความสามัคคี รู้จักหน้าที่และมีความรับผิดชอบ
ทำให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมด้วยหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อนำพาประเทศขับเคลื่อนไปสู่
การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันทุกระดับ    
          ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้แทนจากภาครัฐ ได้ร่วมการเสวนา
ในหัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
โดยกล่าวถึงบทบาทของกระทรวงยุติธรรมที่จะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านสิทธิมนุษยชนว่า
ประเทศไทยจะเดินหน้าเรื่องสิทธิมนุษยชนได้จะต้องใช้กลไกเชิงบังคับที่ต้องเปลี่ยนทัศนคติ
และวิถีชีวิตให้มองเรื่องสิทธิมนุษยชนว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องร่วมมือผลักดันและเห็นด้วย
ที่จะนำความร่วมมือจากภาคธุรกิจและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนยกระดับเรื่องสิทธิมนุษยชน
อีกทั้งกระทรวงยุติธรรมในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมได้พิจารณาความต้องการ
ของประชาชนด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความแตกต่างตามสถานการณ์และพื้นที่ทั้งในระดับจังหวัด
อำเภอ และหมู่บ้านเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนงาน
ด้านสิทธิมนุษยชนผ่านกลไกของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมทั้งย้ำว่ากระทรวงยุติธรรม
ไม่ได้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพราะต้องเป็นหน้าที่ แต่เราทำเพราะต้องการที่จะทำให้ดีที่สุด
ภายใต้กรอบภารกิจของกระทรวงยุติธรรมที่จะสามารถดำเนินการได้
          ในด้านการเตรียมความพร้อมก่อนประกาศวาระแห่งชาติสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน
Thailand ๔.๐ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นการรวมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะทำให้สังคมไทย เป็นสังคมที่เกิดความสงบสุข สันติสุข มีการเคารพ
ในสิทธิ หน้าที่ เห็นอกเห็นใจกันและไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น อันจะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง
มั่งคั่งและยั่งยืน จึงได้มีความพยายามยกระดับสิทธิมนุษยชนให้เป็นวาระแห่งชาติ สำหรับทิศทาง
วาระแห่งชาติ ภายใต้กลยุทธ์ถอดรหัสวาระแห่งชาติ ๔+๓+๒+๑ = Goal กุญแจสู่สังคมสันติสุข
ประกอบด้วย
          ๔ : สร้าง ด้วยการ (๑) สร้างความตระหนัก จิตสำนึก สิทธิ หน้าที่ และการเคารพสิทธิผู้อื่น
(๒) สร้างระบบการติดตาม เฝ้าระวังการละเมิดสิทธิด้วยพลังเครือข่าย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
ที่ทันท่วงที (๓) สร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน
และ (๔) สร้างเสริมการพัฒนาเครือข่ายทุกภาคส่วนให้มีศักยภาพในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน
          ๓ : ปรับ ด้วยการ (๑) ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลแสดงผลงานและสถานการณ์การละเมิดสิทธิ
ที่เป็นรูปธรรมครอบคลุมระดับพื้นที่ จังหวัด เพื่อมุ่งไปแก้ไขปัญหาการละเมิด (๒) ปรับทัศนคติ
ของเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เป็นเรื่องตรวจสอบ แต่เป็นสิ่งดี ๆ ที่จะสนับสนุนการทำงาน
และสร้างสังคมสงบสุข (๓) ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่ยังละเมิดเสนอรัฐบาลพิจารณาแก้ไข
          ๒ : ขับ ด้วยการ (๑) ขับเคลื่อนองค์กรหรือจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับใช้
ถอดบทเรียนการทำงานให้หน่วยงานอื่นขยายผลต่อยอด และ (๒) ขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติสู่การปฏิบัติ ในมิติเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
          ๑ : ลด ด้วยการ ลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม
          ทั้งนี้ การประกาศวาระแห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อร่วมขับเคลื่อน Thailand ๔.๐
จะก่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนได้รับรู้และตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ และไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่นแล้ว
ยังทำให้สังคมมีความมั่นคง เกิดมีความสุข รวมทั้งหน่วยงานและทุกภาคส่วนของประเทศไทย
จะเห็นความสำคัญของการนำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติและเกิดนวัตกรรมใหม่
ในงานด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อทำให้สถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมีแนวโน้ม
ลดลง สร้างวัฒนธรรมให้คนคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน อันจะส่งเสริมให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ของประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้า ทัดเทียมระดับสากล ตลอดจนทำให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดี
ในด้านสิทธิมนุษยชนและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ