"ยุติธรรม" เดินหน้าติดตามงานอำนวยความยุติธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้แก่ประชาชน ในพื้นที่ จ.พะเยา

16 ต.ค. 2560 15:06 น. 310 ครั้ง

    เมื่อวันพุธที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ ห้องพุดตาน โรงแรมพะเยาเกทเวย์ จังหวัดพะเยา นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระดับพื้นที่ ภายใต้ “โครงการยุติธรรมสู่หมู่บ้าน นำบริการรัฐสู่ประชาชน” ครั้งที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในด้านการอำนวยความยุติธรรมจากหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ๘ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำปาง ลำพูน น่าน แพร่ และพะเยา ทั้งนี้ จากการติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด พบว่า ปัญหาโดยส่วนใหญ่ในพื้นที่ คือ ปัญหายาเสพติด ปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า และปัญหาการถูกฉ้อโกง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อไป พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่ทำงานเชิงรุก เพื่อทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการได้รับบริการในการอำนวยความยุติธรรมอย่างทั่วถึง และเสมอภาค รวมทั้งติดตามสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป

    ต่อจากนั้น เวลา ๑๐.๓๐ น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม
ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพะเยา
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพะเยา สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดพะเยา สถานแรกรับชั่วคราว
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา และเรือนจำจังหวัดพะเยา

    หลังจากนั้น เวลา ๑๓.๐๐ น. ได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายศูนย์ยุติธรรมชุมชนและประชาชน
ณ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลแม่ปืม เทศบาลตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวขอบคุณส่วนราชการท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนที่ช่วยกัน
ส่งเสริมให้สังคมและประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยความเสมอภาค ทั่วถึง และรวดเร็ว
สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดพะเยาในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ทุกภาคส่วนช่วยกันขับเคลื่อนให้การอำนวย
ความยุติธรรม และการสร้างความเป็นธรรมเดินหน้าไปถึงประชาชนได้ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้หน่วยงาน
ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทั้ง ๘ จังหวัด ทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นในพื้นที่
อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างการรับรู้ และทำให้ประชาชนได้เข้าถึงการให้บริการด้านความยุติธรรมอย่างทั่วถึง โดยใช้กลไกเครือข่ายอาสาสมัครทุกประเภทเป็นแหล่งข้อมูลด้านงานบริการ
รวมทั้งจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา
ที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้จะต้องประสานความร่วมมือในการสร้างความเป็นธรรมผ่านการบูรณาการ
การทำงานระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย อัยการจังหวัด ศาล ตำรวจ และเครือข่าย
อาสาสมัครภาคประชาชนทุกส่วน เพื่อให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ซึ่งกระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะดูแล ช่วยเหลือและเคียงข้างพี่น้องประชาชนเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา
ความเดือดร้อน ลดความเหลื่อมล้ำและนำความยุติธรรมไปสู่ประชาชนได้อย่างแท้จริง