ก. ยุติธรรม มุ่งสร้างความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

6 ธ.ค. 2560 08:29 น. 112 ครั้ง

        ในวันจันทร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๗.๐๐ น. พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวเกี่ยวกับนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงยุติธรรม ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
        รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม มีแนวทางการดำเนินงานที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และกระบวนทัศน์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) อย่างครอบคลุมทั้ง ๑๗ เป้าหมาย ด้วยการน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งเป็นองค์ความรู้อันล้ำค่ามาเป็นแนวทางหลักในการกำหนดนโยบายของกระทรวงยุติธรรม สรุปได้ดังนี้
        ๑. เทิดทูนและธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพิทักษ์ปกป้อง คุ้มครอง และปราบปรามผู้ที่กระทำผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ควบคู่ไปกับการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อให้ประชาชนมีความตระหนักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งน้อมนำศาสตร์พระราชา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้กับการพัฒนากระบวนการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้เกิดผลสำเร็จ และสามารถนำไปขยายผลในการปฏิบัติงานอื่น ๆ
        ๒. พัฒนากระบวนการยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเท่าเทียมในสังคม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางผ่านทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและศูนย์ยุติธรรมชุมชน
        ๓. นำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องสิทธิให้ประชาชนได้รับทราบ
        ๔. เน้นบทบาทและมาตรการเชิงรุกเพื่อให้สังคมมีความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้กรอบของกฎหมายที่กำหนด
        ๕. สร้างคนดีอย่างแท้จริงให้สามารถอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุขในทุกช่วงอายุ โดยพัฒนากลไกการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ เด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้ถูกคุมความประพฤติ ที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ โดยการยกระดับทักษะความรู้ และทักษะการทำงานให้เท่าทันต่อความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน เพื่อให้บุคคลกลุ่มนี้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ภายหลังพ้นโทษ รวมทั้ง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมตามแนวคิดประชารัฐในการส่งเสริมให้โอกาสและสนับสนุนผู้ที่เคยก้าวพลาดได้มีอาชีพและสามารถกลับคืนสู่สังคมเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นให้สังคม
        ทั้งนี้ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมในการขับเคลื่อนงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ๖ ด้าน ประกอบด้วย
        ๑. การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด ควบคุมปัญหา และลดผลกระทบของปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคีที่สำคัญ อาทิ ปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ ภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย และประสานงานกับประเทศที่เป็นจุดกำเนิดของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกลุ่มเสี่ยงที่อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
        ๒. การสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขในสังคม เพื่อแก้ไขการกระทำความผิดซ้ำ โดยพัฒนากระบวนการดูแลแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำในการวิเคราะห์ จำแนกกลุ่มผู้กระทำผิด นำเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลและการประเมินระดับการควบคุม และจัดทำแผนการแก้ไขฟื้นฟูที่เหมาะสมกับตัวบุคคล เพื่อส่งต่อมายังกลางน้ำที่เป็นการพัฒนากระบวนการแก้ไขฟื้นฟูด้วยเครื่องมือที่หลากหลายและเหมาะสมกับพฤติการณ์ของแต่ละบุคคลไปจนถึงปลายน้ำโดยการพัฒนาระบบการติดตามช่วยเหลือผู้พ้นโทษให้มีอาชีพ มีรายได้ สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
        ๓. การอำนวยความยุติธรรมโดยการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand ๔.๐ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” และการส่งเสริมให้นำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ ทั้งในมิติการป้องกัน คุ้มครอง พัฒนากฎหมายและพัฒนาเครือข่ายสิทธิมนุษยชน
        ๔. การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยไม่สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ และเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน พัฒนากระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมให้มีการนำกระบวนการยุติธรรมทางเลือกมาใช้มากยิ่งขึ้น
        ๕. การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้านความมั่นคง บูรณาการหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ผู้มีอิทธิพล การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความผิดเกี่ยวกับภาษีอากรและการเงินการธนาคาร
        ๖. การเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม และเสริมสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเคารพกติกา (Culture of Lawfulness) โดยส่งเสริมและพัฒนากลไกของรัฐในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อจัดการความขัดแข้ง และการปลูกฝังสันติวัฒนธรรมตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับชาติ โดยมีภารกิจสำคัญเร่งด่วน คือ การสนับสนุนคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)
        สำหรับงานเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ ประกอบด้วย
        ๑. การติดตามคดีสำคัญที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม เช่น กรณีสหกรณ์เครดิต
ยูเนี่ยนคลองจั่น คดีการทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทย รวมถึงการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ โดยการเร่งรัดติดตามให้ได้ข้อเท็จจริง ตลอดจนคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคม เช่น กรณีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ และการตรวจพิสูจน์การเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหารของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
        ๒. การขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมระดับจังหวัด (กพยจ.) โดยให้ยุติธรรมจังหวัดเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการดำเนินงานจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาค ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ในระดับพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ในการทำงานด้านการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
        ๓. ให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยดำเนินการเชิงรุกในรูปแบบ “หมอยุติธรรม” เพื่อเป็นสื่อกลางในการสร้างการรับรู้ด้านกฎหมาย สิทธิและหน้าที่ของประชาชน การให้คำปรึกษาเบื้องต้นด้านคดีความ การป้องกันปัญหายาเสพติด การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และการให้บริการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรมอีกด้วย
        ๔. เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาการให้บริการประชาชนให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ โดยเฉพาะการให้บริการออนไลน์ (e-Service) การติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) รวมถึงลดระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างประสิทธิภาพการให้บริการที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานและภายในกระทรวงยุติธรรม
        ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมจะยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ควบคู่กับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้กระทรวงยุติธรรมเป็นองค์กรที่ได้รับความเชื่อมั่น และยอมรับจากสังคมและประชาชนตลอดไป

 

***************************