ปฐมเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม

30 ม.ค. 2561 14:27 น. 292 ครั้ง

สวัสดีครับ วันนี้ขอนำเรื่องดีๆมานำเสนอท่านผู้อ่าน ผู้สนใจเพื่อประกอบความรู้ ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ท่านผู้อ่านที่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมเราทราบกันอยู่แล้วว่าในปี พ.ศ. 2550 (นับแต่วันที่ 25 มีนาคม 2550 ) เราประกาศประชาสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลาว่า ปี 2550เป็นปีที่กระทรวงยุติธรรมครบรอบการสถาปนาปีที่ 115 หากมองย้อนไป 115 ปี พอจะเห็นได้ว่าในช่วง เวลานั้น เป็นช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 หรือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ท่านทราบหรือไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรือสมัยนั้นเรียกกันว่า “เสนาบดี” และเสนาบดีพระองค์แรกเป็นใคร มีความสำคัญอย่างไร หากเอ่ยชื่อหรือพระนาม เราอาจจะไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย วันนี้ผู้เขียนได้พยายามค้นหามานำเสนอหรือนำมาอ่านประดับความรู้ ในฐานะคนกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ใช่ก็ตาม ควรอย่างยิ่งที่จะได้ภูมิใจและใฝ่รู้เพื่อบอกลูกๆหลานๆหรือใครต่อใครได้ว่า เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม คือใคร แต่ในทางกลับกันหากถ้าผู้เขียนเอ่ยนาม หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เชื่อว่า ท่านผู้อ่านคงรู้จักท่านในฐานะเป็นต้นตำหรับหรือเจ้าของสูตรการปรุงอาหารทั้งไทยและเทศ เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง เป็นนักพูดที่ทำให้ผู้ฟังชวนติดตามตลอดเวลา ท่านอย่าเพิ่งต่อว่า ขึ้นต้นพูดถึงเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม แต่ทำไมต่อมากลับมาพูดถึง หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ดูเหมือนคนละเรื่อง ใจเย็นๆผู้เขียนขอเรียนว่า ที่เขียนมายืนยันได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกันมากที่สุด ขอให้ท่านอ่านต่อไปแล้วจะพบความจริง ดังนี้

 

พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภน เป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ สมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาดา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) และเป็นพระอนุชาต่างพระมารดากับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภน ทรงเป็นพระองค์หนึ่งในหลายๆพระองค์ที่เป็นเจ้านายฝ่ายในและข้าราชการที่มีหัวก้าวหน้า ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวกับความยุติธรรม ได้เคยร่วมกับคณะกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถึงความจำเป็นในการจัดตั้งกระทรวงยุติธรรม แต่ความคิดดังกล่าวก็ถูกระงับไประยะหนึ่ง จนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ร.ศ. 109 (พ.ศ. 2434) พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภน ได้ทรงเรียบเรียงความเห็นในการจัดตั้งกระทรวงยุติธรรม ขึ้นทูลเกล้าฯอีกฉบับหนึ่ง ในที่สุดเมื่อปลายปี ร.ศ. 109 (พ.ศ. 2534) รัฐบาลไทยก็ได้ออกประกาศจัดตั้งกระทรวงยุติธรรมขึ้น ประกาศนี้ ลงวันที่ 25 มีนาคม ร.ศ. 110 (พ.ศ. 2435) (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาประจำวันที่ 10 เมษายน ร.ศ. 111) หลังจากนั้นอีก 7 วัน คือวันที่ 1 เมษายน ร.ศ. 111 ได้ประกาศให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภน ซึ่งต่อมาได้เลื่อนเป็น กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์ (ต้นตระกูลสวัสดิวัตน์ นั่นก็คือพระองค์ทรงเป็นพระอัยกา(ปู่)ของหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ นั่นเอง) เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม (พระองค์แรก) พร้อมๆกับเสนาบดีกระทรวงอื่นๆอีกหลายกระทรวง

พระราชหัตถเลขาสั่งการด้วยดินสอของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

“ถึงสวัสดิโสภน ด้วยจดหมายเป็นความเห็นในการที่จะรวบรวมคดีทั้งปวงมาพิจารณาในศาลสถิตยุติธรรมนั้น ตรวจดูตลอดแล้วเห็นว่า ที่คิดมานั้นเป็นอันได้สั่งให้ออกประกาศแล้ว (งบประมาณมี อนุญาตแล้ว) แลตัวผู้ทำการในกระทรวงนี้ ให้เธอเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม กรมหมื่นศรีธัชสังกาศเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหลวง หม่อมเจ้าขาวเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีราษฎร์ พระนรเนติบัญชากิจเป็นผู้พิพากษาศาลพระราชอาญา พระอภิบาลประเพณีเป็นผู้พิพากษาศาลแพ่งเกษม แต่เวลานี้ให้หลวงดำรงธรรมสารแทนไปก่อน หลวงธรรมศาสตร์เป็นผู้พิพากษาศาลแพ่งกลาง พระศรีรัษฎานุกูลกิจเป็นผู้พิพากษาศาลสรรพาการ พระสุจริตวินิจฉัยเป็นผู้พิพากษาศาลต่างประเทศ ให้เธอจัดการไปตามนี้เถิด”

ตามประกาศพระบรมราชโองการจัดตั้งกระทรวงยุติธรรมและพระราชหัตถเลขาฉบับนี้ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่ง ของการปฏิรูปการศาลไทย ในรัชกาลที่ 5 เป็นการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงโครงสร้างของศาลไทยโดยสิ้นเชิง เป็นการจัดระเบียบทางการศาลให้เป็นแบบยุโรป การที่ได้โปรดให้ตั้งกระทรวง ยุติธรรมขึ้น เพื่อเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านศาลยุติธรรมอย่างแท้จริง มีเสนาบดีเป็นเจ้ากระทรวง ซึ่งมีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ศาลในการพิจารณาและพิพากษาคดีเท่านั้น เนื่องจากวิกฤตการณ์ทางศาลของไทยในสมัยนั้นรุนแรงมาก พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภน เสนาบดีกระทรวง (เจ้าของวาทะ ที่ว่า “ปล่อยผู้ผิดสักสิบคน ก็ยังจะดีเสียกว่าจะลงโทษคนที่หาผิดมิได้หนึ่งคน”) ทรงปรับปรุงงานเป็นลำดับ ดังนี้

1 ปรับปรุงด้านอัตรากำลังผู้พิพากษาของศาลในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
2 ตั้งระเบียบการส่งคดีความเก่ามายังศาลในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
3 ปรับปรุงระเบียบวิธีปฏิบัติของศาลเพื่อความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี
4 ช่วยเหลือบุคคลยากจนให้มีโอกาสได้รับความยุติธรรมทางศาล
5 ออกประกาศว่าด้วยลักษณะรับฟ้อง ร.ศ. 111
6 ตราพระราชบัญญัติจัดการศาลในสนามสถิตย์ยุติธรรม ร.ศ. 111
7 ตั้งศาลโปริสภาขึ้นในสังกัดกระทรวงยุติธรรม

 

โดย สมโชค บุญกำเนิด*
ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์

เอกสารแนบ