ประวัติความเป็นมา


วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560 10:09 น.

ประวัติความเป็นมา

ความเป็นมาของสำนักงานรัฐมนตรี          
          สำนักงานรัฐมนตรี หรือสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีในอดีตจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ. ๒๔๗๖ และพระราชบัญญัติว่าด้วยธรรมนูญราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ. ๒๔๗๖ มีชื่อเรียกว่ากรมเลขานุการรัฐมนตรี และในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้มีประกาศใช้ระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๖ กรมเลขานุการรัฐมนตรีก็เปลี่ยนเป็น สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ฐานะของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีนั้น ได้รับการกำหนดให้เทียบเท่ากรม และให้สังกัดอยู่ในกระทรวงต่างๆ โดยมีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๒ แผนกเหมือนกันทุกกระทรวงคือ ๑) แผนกการเมือง ๒) แผนกตรวจสอบเรื่องราวและความเห็น ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๙๕ ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงฐานะและบทบาทของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีอีกหลายครั้ง ทว่ายังคงมีฐานะเป็นหน่วยงานอิสระเทียบเท่ากรมขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และมีงบประมาณเป็นของตนเองจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘
          งบประมาณของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีทุกกระทรวงก็ถูกนำไปรวมอยู่ในงบประมาณของสำนักงานปลัด พ.ศ. ๒๕๑๕ ฐานะของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหนึ่งในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๙๕ ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงฐานะและโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๖ และ ๒๑๘ กำหนดให้สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งในกระทรวง ซึ่งไม่เทียบเท่ากรมและไม่เป็นนิติบุคคลอีกต่อไปแต่ยังคงแบ่งเป็น ๒ แผนกเช่นเดิม ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้มีกระทรวงขึ้น ๑๔ กระทรวง โดยให้สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีเป็นส่วนราชการหน่วยงานหนึ่งของกระทรวงมีเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม กำหนดให้สำนักงานเลขานุการัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม มีส่วนราชการ ดังนี้
๑) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
๒) ฝ่ายการเมืองและประสานนโยบาย
จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๐ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน พิจารณาเห็นว่ากระทรวง และทบวง ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบและปริมาณที่แตกต่างกัน หากจะยังคงใช้รูปแบบเดียวกันอยู่เช่นเดิมก็จะทำให้เกิดขัดข้องในการปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ จึงพิจารณากำหนดโครงสร้างของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีออกเป็น ๒ รูปแบบ คือ
          รูปแบบที่ ๑ แบ่งงานภายในออกเป็น ๒ ฝ่าย ๓ กลุ่ม คือ
๑) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
๒) ฝ่ายเรื่องราวร้องทุกข์และการเมือง
๓) กลุ่มประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์
๔) กลุ่มช่วยอำนวยการ
๕) กลุ่มระบบข้อมูลและแผนงาน
ส่วนราชการที่ใช้โครงสร้างนี้ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
          รูปแบบที่ ๒ แบ่งงานภายในออกเป็น ๒ ฝ่าย ๑ กลุ่ม คือ
๑) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
๒) ฝ่ายการเมืองและประสานนโยบาย
๓) กลุ่มงานวิชาการเฉพาะด้าน
ส่วนราชการที่ใช้โครงสร้างนี้ ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และทบวงมหาวิทยาลัย สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๕ จึงประกอบด้วยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ฝ่ายการเมืองและประสานนโยบาย และกลุ่มงานวิชาการ
ต่อมาในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๕ ได้มีการประกาศใช้กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยกำหนดให้สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม มีภารกิจเกี่ยวกับราชการทางการเมือง เพื่อสนับสนุนภารกิจของรัฐมนตรี ประสานนโยบายระหว่างกระทรวง ส่วนราชการที่ใช้โครงสร้างนี้ ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และทบวงมหาวิทยาลัย สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นต้นไป จึงประกอบด้วย งานบริหารงานทั่วไป กลุ่มงานประสานการเมือง และกลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ