“กรมบังคับคดี” แถลงผลงานไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๐ เร่งผลักดันทรัพย์สินได้กว่า ๓๒,๔๒๖ ล้านบาท

25 เม.ย. 2560 11:13 น. 245 ครั้ง

กรมบังคับคดี แถลงผลงานไตรมาสที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ ภายใต้นโยบาย “๔ร” สามารถผลักดันทรัพย์สินได้กว่า ๓๒,๔๒๖ ล้านบาท และไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีให้กับลูกหนี้สำเร็จไปแล้วกว่า ๖,๐๐๐ ราย


               เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมด้วยผู้บริหารกรมบังคับคดี ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานของกรมบังคับคดี ในไตรมาสที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ โดยกรมบังคับคดีสามารถผลักดันทรัพย์ออกจากระบบบังคับคดีได้จำนวน ๓๒,๔๒๖,๕๖๙,๘๗๗ บาท ซึ่งสูงกว่าไตรมาสที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๙ ร้อยละ ๖๐.๓๓ และมีเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี จำนวน ๖,๗๖๙ เรื่อง  ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน ๖,๑๐๙ เรื่อง  ทุนทรัพย์ ๑,๗๘๗,๔๖๑,๔๖๔.๕๖ บาท คิดเป็นอัตราไกล่เกลี่ยสำเร็จร้อยละ ๙๐.๒๔ ซึ่งสูงกว่าไตรมาสที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๙ ร้อยละ ๑๗๖.๑๘ โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก ณ ศูนย์บังคับคดีล้มละลายส่วนหน้า อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ  กรุงเทพมหานคร

               อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีได้ใช้นโยบาย “๔ ร” ได้แก่ เร่งรัดติดตามคำสั่งศาล เร่งรัดประชุมคณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ เร่งรัดการประกาศขายทอดตลาด และเร่งรัดการผลักดันทรัพย์สิน มาใช้ในการผลักดันทรัพย์สินของกรมบังคับคดี ส่งผลให้กรมบังคับคดีมีผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ ๒ ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ดังนี้

               ๑) การผลักดันทรัพย์สินรอการขายของกรมบังคับคดี  ได้ผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบบังคับคดีได้จำนวน ๖๒,๓๘๓,๒๑๖,๕๒๕.๐๐ บาท จากเป้าหมายประจำปี จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าไตรมาสที่ ๒ ปี ๒๕๕๙ คิดเป็นร้อยละ ๖๐.๓๓ โดยในเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ สามารถผลักดันได้สูงสุดในรอบ ๑๖ เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ กรมบังคับคดียังมีแผนการจัดมหกรรมขายทอดตลาดนอกสถานที่ ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

               ๒) การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ภายใต้กลยุทธ์ “เชิงรุก เชิงลึก และครอบคลุม” ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๙ – เดือนมีนาคม ๒๕๖๐ มีเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ย จำนวน ๙,๙๗๔ เรื่อง ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน ๘,๙๖๕ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๘๘ ของเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย นอกจากนี้กรมบังคับคดีได้มีแผนการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครัวเรือน/หนี้บัตรเครดิตชั้นบังคับคดีร่วมกับสถาบันการเงินและบริษัทต่างๆ  ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐    

               ๓) การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการบังคับคดี มีการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้มีความทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากล อาทิ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... (ภาคบังคับคดี) และร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เป็นต้น

               ๔) การบริหารจัดการคดี กรมบังคับคดีได้เร่งรัดสำนวนคดีค้างดำเนินการเกิน ๑๐ ปี ที่มีอยู่จำนวน ๑๒,๘๘๐ เรื่อง โดยดำเนินการสำเร็จ จำนวน ๑,๘๘๙ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๖๗ ของปริมาณคดีทั้งหมด

               ๕) การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและงานด้านต่างประเทศ ผ่านการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษาคำถามและตอบแบบสอบถาม รวมทั้งพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและเป็นมาตรฐานสากลตามกรอบความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (EoDB) ในตัวชี้วัดที่ ๙ และตัวชี้วัดที่ ๑๐ ซึ่งผลการประเมินประเทศไทยได้อันดับที่ ๔๖ จาก ๑๙๐ ประเทศ โดยถือเป็นอันดับที่ ๑ ของอาเซียน และอันดับที่ ๕ ของเอเชีย

               ๖) การพัฒนาการให้บริการด้านการบังคับคดีแพ่งและล้มละลาย ได้มีการพัฒนาการให้บริการประชนในด้านต่างๆ ได้แก่ การวางเงินหลักประกันด้วยบัตรเดบิต/เครดิต ในระบบ EDC Payment การติดตั้งระบบบัตรคิวอัตโนมัติให้บริการงานบังคับคดีแก่ประชาชนในสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร ๑-๖  การเชื่อมโยงข้อมูลหมายบังคับคดีโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์กับศาลแพ่งธนบุรี ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปดำเนินการได้แบบ Real Time การเร่งรัดการทำบัญชีรับจ่าย การประมูลขายทอดตลาดทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(E-Offering) การจัดทำระบบนำร่องยื่นคำร้องผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Filling) และการพัฒนาช่องทางใหม่ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของกรมบังคับคดีผ่าน Application Line

               ๗) การพัฒนาเป็นศูนย์กลางวิชาการด้านการบังคับคดีแพ่งและคดีล้มละลายอาเซียน ได้จัดโครงการประชุมด้านการบังคับคดีร่วมกับหน่วยงานการบังคับคดีแพ่งของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา โดยจะมีการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับคดีแพ่ง : การแลกเปลี่ยนประสบกาณ์เพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติที่ดีเลิศ (International Conference on Enforcement of Civil Judgment : Sharing Experiences towards Best Practices) ในวันที่ ๗ -๙ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ โรงแรมเบอร์เคลีย์ กรุงเทพมหานคร

               ๘) การไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบในชั้นบังคับคดี กรมบังคับคดีได้ร่วมจัดนิทรรศการบูธในโครงการ “การแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน” เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมทั้งมีการบูรณาการร่วมกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดตัว“คลินิกให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ” เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐

               ๙) การจัดตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนตามแผนการดำเนินการของกรมบังคับคดี  ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๐ คณะกรรมมาธิการฯ ได้มีมติเห็นชอบแนวคิดการพัฒนาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน และมีกำหนดเป็นวาระการประชุมของ ส.ป.ท. ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐

               และ ๑๐) การจัดทำโครงการช่องทางพิเศษ (Fast Track) ร่วมกับ ป.ป.ส. ดำเนินการบังคับคดีโทษปรับคดียาเสพติด โดยผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๙ – มีนาคม ๒๕๖๐ มีจำนวนคดียาเสพติดเข้าสู่การบังคับคดีทั้งสิ้น ๑,๖๓๓ คดี ทุนทรัพย์ ๖๙๔,๒๘๐,๗๓๙.๒๒ บาท

               ทั้งนี้ สำหรับแผนการดำเนินงานในไตรมาสที่ ๓-๔ ของกรมบังคับคดี จะมีการนำนโยบาย “๓บ” ได้แก่ บริการด้วยรอยยิ้ม บริหารด้วยหลักการ และบริบาลด้วยความเป็นธรรม มาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความยุติธรรมและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมทั้งวางแผนการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับการบังคับคดีให้กับประชาชนและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและให้การบังคับคดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

***********************************