“ยุติธรรม” เตรียมจัดทำฐานข้อมูลกลางทะเบียนประวัติ เด็กแว้นและผู้ประพฤติตนไม่เหมาะสม

14 ก.ค. 2560 19:52 น. 102 ครั้ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานประชุม ศอ.กต. ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐
วางแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่ง หน.คสช. ที่ ๒๒/๒๕๕๘
เตรียมจัดทำฐานข้อมูลกลางทะเบียนประวัติเด็กแว้นและผู้ประพฤติตนไม่เหมาะสม
บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานโดยคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม

         เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการ
ประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๒๒/๒๕๕๘
(ศอ.กต.) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ เพื่อติดตามการดำเนินงานเรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
การแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิด
ให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม
กระทรวงยุติธรรม ๑ ชั้น ๙

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชน
เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กและเยาวชนจะเติบโตเป็นกำลังในการพัฒนา
ประเทศชาติในอนาคต ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำสั่ง หน. คสช. ที่ ๒๒/๒๕๕๘
อย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยมีแนวทางในการดำเนินงานดังกล่าว ดังนี้
๑) จัดทำฐานข้อมูลกลางทะเบียนประวัติเด็กและเยาวชนที่แข่งรถในทาง และประพฤติตนไม่สมควร
ให้สามารถบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประยุกต์ใช้ตามภารกิจของ
แต่ละหน่วยงานในการตรวจสอบการกระทำผิดซ้ำของกลุ่มเด็กและเยาวชน
๒) มอบหมายให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นเจ้าภาพหลักในการ
ติดตามเยี่ยมบ้านเด็กในกรณีที่มีพฤติกรรมรวมกลุ่ม หรือมั่วสุม หรือมีพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่
การแข่งรถในทาง และกรณีเด็กประพฤติตนไม่สมควร โดยให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำกลยุทธ์แนวทางการดำเนินการ
๓) การดำเนินการกับสถานบันเทิงจะต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม กล่าวคือ ผู้ประกอบการ
สถานบันเทิงจะต้องปฏิบัติตามกรอบที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งต้องสร้างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการ
ทราบข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่ง หน.คสช. ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
และ ๔) ให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หารือแนวทางการดำเนินการระบบแผนที่สารสนเทศ
ทางภูมิศาสตร์ (GIS) ระยะที่ ๒ เพื่อเฝ้าระวังติดตามการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่โซนนิ่งร่วมกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนงบประมาณให้ดำเนินการหารือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
และสังคม

         ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันให้ได้มากที่สุด
โดยให้มีระบบการติดตามประเมินผล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์และแผนการ
ดำเนินงานครั้งต่อไปให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

 ***********************************************