ยธ.ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ผลักดันการส่งเสริมอาชีพผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ-ตรวจสอบการคืนสิทธิให้กับประชาชน

         ในวันศุกร์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. ณ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือศูนย์ CARE ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในการฝึกอาชีพก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ และเยี่ยมชมระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ หรือระบบ CARE SUPPORT เพื่อใช้สำหรับติดตามและรายงานผลการติดตามการให้ความช่วยเหลือจากภาคราชการในการประกอบอาชีพของผู้ถูกคุมประพฤติ/ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านอื่นๆ ของเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายวีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ให้การต้อนรับ

         รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ นอกเหนือจากมีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังแล้ว ยังมีการจัดตั้งศูนย์ CARE ขึ้นภายในเรือนจำ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับผู้ต้องขังก่อนถูกปล่อยตัว นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้พ้นโทษ ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อติดตามข้อมูลการประกอบอาชีพของผู้พ้นโทษ อันจะเป็นการส่งเสริม และให้โอกาสผู้ที่เคยก้าวพลาด ได้มีอาชีพและได้รับการยอมรับจากสังคม โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก และเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศต่อไป

         ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เยี่ยมชมบูธของอดีตผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกวิชาชีพและได้รับเงินทุนในการประกอบอาชีพจากเรือนจำ พร้อมให้กำลังใจแก่อดีตผู้ต้องขังในการจำหน่ายสินค้าและบริการ เพื่อสร้างรายได้ในการหาเลี้ยงครอบครัวต่อไป

         ต่อจากนั้น ในเวลา ๑๓.๓๐ น. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ติดตามการดำเนินงานการช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามโครงการอำนวยความเป็นธรรม คืนสิทธิ สร้างโอกาส (การตรวจ DNA พิสูจน์สถานะทางทะเบียนราษฎร) จำนวนประมาณ ๑๑๔ ราย รวมทั้งผู้ประสบภัย และผู้อ้างอิง พร้อมทั้งได้มอบเงินค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ จำนวน ๖ ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๒๕๔,๕๗๕ บาท ณ ที่ว่าการอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี

         รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การดำเนินการตามโครงการดังกล่าวเพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทั้งสิทธิในการรับความช่วยเหลือหรือสวัสดิการต่างๆ ที่รัฐบาลมีให้ประชาชน เพื่อให้เกิดความเสมอภาค และเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดรอยต่อประเทศ ที่อาจยังมีบางส่วนยังไม่ได้รับสิทธิ์ต่างๆ เพราะยังไม่ได้รับการยืนยันความเป็นพลเมือง

         สำหรับโครงการดังกล่าว ได้มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มีการจัดเก็บสารพันธุกรรมบุคคล หรือ DNA ทั้งคนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธ์ที่อยู่ตาม ชายแดนและคนไทยที่ตกหล่นเนื่องจากไม่มีสูติบัตรหรือไม่ได้ไปแจ้งเกิดทางทะเบียนไปแล้วทั้งสิ้นจำนวนกว่า ๙,๑๗๕ ราย แบ่งเป็นเป็นบุคคลผู้ประสบปัญหา ๕,๔๖๖ ราย และบุคคลอ้างอิง ๓,๗๐๙ ราย

         สำหรับจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทยและมีความหลากหลายของประชากรทั้งภาษาและวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธ์จึงถือเป็น จังหวัดที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฏร การแก้ปัญหาจึงต้องใช้หลายแนวทาง ในการพิจารณาทั้งผลตามกฏหมายและกระบวนการของกฎหมายทั้งจากหลักดินแดนและหลักการสืบสายเลือด เพื่อแก้ปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทุกคน

         โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ดำเนินการจัดเก็บสารพันธุกรรมแก่ราษฎรไร้สถานะ และประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่ต่างๆ ในจังหสัดกาญจนบุรี จำนวน ๙ อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอมะขามเตี้ย อำเภอท่ามะกา อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง อำเถอหนองปรือ อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอไทรโยค และอำเภอห้วยกระเจา มีบุคคลผู้ประสบปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร จำนวน ๗๔ ราย และบุคคลอ้างอิง จำนวน ๖๔ ราย รวมจำนวน ๑๓๘ ราย ที่เข้ารับการตรวจในครั้งนี้ ซึ่งผลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือการได้สัญชาติไทยต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น

- ท่านต้องเข้าสู่ระบบ จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ -

ยังไม่มีความคิดเห็น

    -- ยังไม่มีความคิดเห็น --