รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมประชุมหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ ๔๒

          เมื่อวันอังคารที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมกล่าวปราศรัยในพิธีเปิดการประชุมหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (The Meeting of Heads of National Drug Law Enforcement Agencies-HONLEA) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ ๔๒ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒-๕ ตุลาคม ๒๕๖๑ ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จำนวน ๒๑ ประเทศ ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ ผู้แทนจาก UNODC สำหรับประเทศไทย ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากร กรมองค์การระหว่างประเทศ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมผู้เข้าประชุมกว่า ๑๒๐ คน

          การประชุม HONLEA เป็นการประชุมประจำปี มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ด้านการปราบปรามยาเสพติดของแต่ละประเทศ แลกเปลี่ยนและติดตามสถานการณ์ และแนมโน้มยาเสพติดในแต่ละประเทศ ภูมิภาค และโลก รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเชิงลึก การดำเนินงานปราบปรามการค้ายาเสพติด เคมีภัณฑ์ และสารตั้งต้น การรับมือกับปัญหายาเสพติดในรูปแบบใหม่ๆ ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อาทิ การค้ายาเสพติดทางอินเตอร์เน็ต และการใช้เงินสกุลดิจิตอลในการค้ายาเสพติด รวมทั้งนำมติและข้อเสนอที่ได้จากการประชุมมาปรับปรุงมาตรการในการปราบปราม ปัญหาการลักลอบค้าและลำเลียงยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงนับเป็นการประชุมระหว่างประเทศที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ

          พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อที่ประชุมว่า “รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการควบคุมยาเสพติดตามแนวทางของสหประชาชาติ และอนุสัญญาระหว่างประเทศ ด้านการควบคุมยาเสพติดทั้งสามฉบับ ซึ่งเป็นแนวทางที่ครอบคลุมและสมดุลทั้งการลดอุปสงค์และอุปทานยาเสพติด นอกจากนี้ ประเทศไทยได้เน้นความร่วมมือในการสกัดกั้นยาเสพติดบริเวณชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงได้ขยายความร่วมมือกับ UNODC ในการวางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการชายแดน อย่างไรก็ตาม ในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน และยินดีที่จะสนับสนุนการทำงานระดับภูมิภาคของ UNODC ในด้านการบริหารจัดการชายแดน พร้อมกันนี้ ประเทศไทยได้หยิบยกประเด็นความสำเร็จของไทยในการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติด ตามแนวทางการพัฒนาทางเลือก หรือ “ศาสตร์ของพระราชา” ที่ต้องคำนึงถึงด้านการสาธารณสุข การศึกษา และปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับประชากรโลก และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs)”

ร่วมแสดงความคิดเห็น

- ท่านต้องเข้าสู่ระบบ จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ -

ยังไม่มีความคิดเห็น

    -- ยังไม่มีความคิดเห็น --