โฆษกกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ในประเด็น “สิทธิประโยชน์กองทุนยุติธรรม”

21 มี.ค. 2561 12:01 น. 555 ครั้ง

ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการทางกฎหมายกระบวนยุติธรรม สถานิติบัญญัติแห่งชาติ เล็งเห็นว่า ตามที่พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้มาระยะหนึ่ง ถือว่ากองทุนยุติธรรมหรือทางกระทรวงยุติธรรมได้มอบสิ่งที่ดีและให้ประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ให้ความเสมอภาคกับประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วย นั่นคือ จะให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยเท่าเทียมกัน ถึงแม้ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้หรือผู้ยากจนที่ด้อยโอกาสในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่อาจจะมีความลำบาก บางท่านอาจจะไม่มีทุนทรัพย์ในการดำเนินการส่วนนี้ ก็ถือเป็นความเดือดร้อน หรือบางท่านต้องขายที่ ขายนา จำนองที่นาต่าง ๆ เพื่อมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในเรื่องของภารกิจหรือวัตถุประสงค์ของกองทุนยุติธรรมจึงถือว่าเป็นประโยชน์ ทั้งในการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินคดี ช่วยเหลือในเรื่องของการปล่อยชั่วคราว คือ การประกันตัว ไม่ว่าจะเป็นในชั้นจำเลยหรือชั้นผู้ต้องหา อีกทั้งสามารถช่วยเหลือเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนเรื่องการให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการทางกฎหมายกระบวนยุติธรรม สถานิติบัญญัติแห่งชาติ เห็นว่าในภารกิจของกองทุนยุติธรรม 4 อย่างนี้เป็นสิ่งที่ดีและสำคัญ รวมทั้งเป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อใช้พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 มาได้ระยะหนึ่งแล้ว จึงได้จัดสัมมนา เรื่อง “ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างไรจากกองทุนยุติธรรม” เพื่อจะให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในกองทุนยุติธรรมว่าสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร และมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้หาทางพัฒนาแก้ไข เพื่อที่จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

การจัดสัมมนาในครั้งนี้คณะกรรมาธิการทางกฎหมายกระบวนยุติธรรม สถานิติบัญญัติแห่งชาติมีวัตถุประสงค์ตั้งเป้าหมายว่า เพื่อต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และภาคส่วนต่าง ๆ และต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงการรับรู้ การเข้าถึงสิทธิการได้รับความช่วยเหลือของประชาชนตามกฎหมายดังกล่าว เพื่อจะได้รู้ว่าในการช่วยเหลือจะต้องมีเงื่อนไข มีเหตุผล หรือมีระเบียบอะไรบ้าง นอกจากนั้นยังนำปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่มีไปพัฒนาแก้ไขปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้นในส่วนนี้

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม

กล่าวว่า สิทธิพลเมืองในบ้านเราแบ่งได้เป็น 2 สิทธิใหญ่ ๆ คือ เรื่องประกันสุขภาพและเรื่องการอำนวยความยุติธรรม โดย 2 สิทธิในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่โบราณนั้นถ้าใครเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ต้องการรักษาชีวิตของญาติพี่น้องให้มีชีวิตอยู่กับเรา สามารถขายทุกอย่างที่อยู่ในบ้านถึงขนาดล้มละลายเพื่อรักษาพยาบาล แต่สิทธิเรื่องนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้วประชาชนได้รับสิทธินี้มาแล้ว แต่เรื่องอำนวยความยุติธรรมยังไม่ได้มี และที่สำคัญที่สุด เรื่องการอำนวยความยุติธรรมจะเห็นได้เลยว่า ไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่รู้กฎหมาย แต่ทางฝั่งประกันสุขภาพถ้ารู้ว่าเป็นอาการร้อนใน อาจจะเอาใบย่านางหรือใบเตยมาต้มทานได้ แต่ฝั่งนี้อ้างไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นท่านจะได้ยินเสมอว่า คนจนนอนคุกคนรวยนอนบ้าน นามสกุลไม่ดังตังค์ไม่ถึงและกระบวนการยุติธรรมไม่ได้อยู่ใกล้บ้านใกล้ตัว เพราะฉะนั้นคดีที่เล็กน้อยสุด ยกตัวอย่างเช่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000บาท ในศาลแขวงหรือศาลจังหวัดก็แล้วแต่ไปที่จังหวัดหมด แต่คนที่อยู่ถิ่นไร่ปลายดอย ห่างไกลมากเป็นร้อยกิโล เมื่อไหร่ที่ก้าวพลาดก้าวผิดจังหวะ เขาต้องเดินทางไปในขณะที่อยากจะซื้อกางเกงหรือกระโปรงให้ลูกสาวหรือเงินอุปกรณ์การศึกษาเล็กน้อยยังต้องต่อรองกับลูก แต่วันนี้เขาต้องไป และกระบวนยุติธรรมก็ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ จริงอยู่ว่าจะมีการพิจารณาคดีกับทุกองค์คณะ พิจารณาต่อเนื่อง แต่เมื่อระยะทางบวกกับเวลาแล้วมีทุนที่ต้องจ่าย คำถามคือ ประชาชนคนจนคนด้อยโอกาสที่ซื้อเกลือซื้อน้ำปลาไปคลุกข้าวที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่เป็นหุ้นส่วนของรัฐไปแล้วเขาจะอยู่อย่างไร จึงเป็นที่มาที่ทางสภาออกร่างกฎหมาย และติดตามว่าเรื่องนี้ทำได้ดีหรือไม่

โดยจากการดำเนินการปรากฏว่า กองทุนยุติธรรมที่ดำเนินการมาเป็น 10ปี ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา แต่ไม่ได้เป็นนิติบุคคล พอไม่เป็นนิติบุคคลจะไปทำนิติกรรม สัญญาอะไรกับใครก็ไม่ได้ ไปไหนก็ให้เจ้าหน้าที่นำเงินเป็นล้าน ๆ ไป ถ้าศาลให้ก็ประกันตัว แต่ถ้าไม่ให้ก็นำเงินกลับ พอถูกจี้ปล้นเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ แต่หลังจากรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ยกระดับเป็นนิติบุคคล เป็นกองทุนนิติบุคคล ทำให้สามารถทำนิติกรรมทำสัญญาได้ ผลดำเนินงานมีค่าใช้จ่ายตลอด 1 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา เป็นค่าใช้จ่ายเท่ากับ 36% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดย้อนหลังรวม 12ปี และถ้าดูตามตัวเลขบนจอจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีจะไปช่วยเรื่องค่าจ้างทนายความ ค่าดำเนินการ ค่ารถ ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าเอกสาร ค่าล่าม รวมไปถึงบางที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องดาวเทียม ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณ 96.85 ล้านบาท คิดเป็น 13% และนอกนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการปล่อยตัวชั่วคราวประมาณ 697.99 ล้านบาท คิดเป็น 87% ไปประกันตัวในชั้นศาลมา เมื่อไหร่ที่คดีสิ้นสุด ไม่ว่าเขาจะผิดหรือไม่ผิดก็แล้วแต่ แต่เงินก้อนนี้จะถูกไหลย้อนกลับมาที่กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนจนคนด้อยโอกาสต่อไป อันนี้เป็นก้อนใหญ่ๆ

นอกนั้นเป็นเรื่องช่วยเหลืออื่น ๆ เช่น ช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิ์อันนี้อยู่ระหว่างออกข้อกำหนด ระเบียบกองทุนมาเพิ่ม บางครั้งฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย แต่หากงบประมาณเกิดไม่เพียงพอ มีปัญหาบางชุมชนบางพื้นที่ มีปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ มีแชร์ลูกโซ่ต้องเข้าไปจัดการโดยด่วนแต่ไม่มีงบประมาณลงไปก็สามารถไปขอเงินกองทุนยุติธรรมได้

ด้านปัญหาใหญ่ในขณะนี้ คือ ในอดีตที่ผ่านมาประชาชนไม่ค่อยรู้เรื่องการให้ความช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรมหรือรู้แต่มีมโน มีมายาคติ อาจจะติดความเชื่อในอดีตว่า ตัวเองนามสกุลไม่ดังตังค์ไม่ถึงอยู่ติดไร่ปลายดอยหรือบางที่รู้แต่ศักยภาพในการมาถึงมาไม่ได้ต้องเดินทางไกล เพราะสำนักงานยุติธรรมจังหวัดตั้งอยู่ที่จังหวัด ปัญหาคือ ในหมู่บ้าน ตำบลจะทำยังไง ซึ่งขณะนี้กระทรวงยุติธรรมกำลังหาทางออก โดยพยายามทำเรื่องที่เรียกว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชนขึ้น ตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมทั้งไปอบรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้มีความรู้ สามารถรับเรื่องเป็นประตูบุญส่งเรื่องมาถึงกองทุนยุติธรรม ซึ่งปกติกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะไปประกันตัวลูกบ้านอยู่แล้ว ตำแหน่ง 1 ประกันได้ 80,000 บาท และประกันได้คนเดียวแต่พอบอกกองทุนยุติธรรมว่าลูกบ้านเราเป็นคนจนด้อยโอกาสซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ นี่เป็นกรณีหนึ่งที่พบ

กรณีที่สอง คือ บางคนพยายามเข้ามาขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม แต่ปัญหาคือ เงินที่จะช่วยเหลือได้ต้องผ่านการพิจารณาของอนุกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ เพราะทุกอย่างมีอนุกรรมการเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลากว่ากระบวนการจะมาถึงกองทุนยุติธรรม เช่น กรณีคุณยายมาร้องเรียนมีเงินติดตัวมา 20 บาท ผมจึงควักเงินส่วนตัวให้คุณยายไป และนำเรื่องนี้ไปเล่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมฟัง (ขณะนั้น คือ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) ท่านจึงได้มอบเงินให้เดือนละ 20,000 บาท ให้เจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรมเอาไว้ช่วยเหลือประชาชน เพราะเจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรมเงินเดือนน้อยอยู่แล้ว ปัญหาใหญ่ที่ตามมา คือ เจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรมกลายเป็นโรคซึมเศร้า เพราะเอาปัญหาของชาวบ้านมาเป็นปัญหาของตัวเอง อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เจอ

ปัญหาต่อมา คือ บางอย่างมีข้อกฎหมาย เช่น อัยการ สคช. อัยการช่วยเหลือประชาชนดูแลสิทธิประชาชนทางข้อกฎหมายมีหน้าที่หลายเรื่องมาก บางอย่างเขาไปจบที่ตรงนั้น แต่ประชาชนก็พยายามจนมาถึงสำนักงานอัยการจังหวัดได้ เหมือนมาที่กองทุนยุติธรรม และบางอย่างอัยการก็ไกล่เกลี่ยสำเร็จเลยไม่ได้เป็นคดี แต่วัตถุประสงค์กองทุนยุติธรรมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแต่ถ้ายังไม่เป็นคดีก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ขณะนี้จึงได้ทำ MOU กับอัยการสูงสุดว่าหากประชาชนเข้ามาในลักษณะแบบนี้ และเป็นประชาชนด้อยโอกาส สามารถเบิกเงินเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมได้หรือไม่ แต่ไปติดตรงข้อกฎหมายที่กำลังตีความกันหรืออาจจะต้องออกประกาศคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมมาใหม่ว่า สามารถช่วยเหลือประชาชนก่อนที่จะมาเป็นคดีที่มาขอรับความช่วยเหลือได้ จนกระทั่งกองทุนยุติธรรมไปเล่าให้คณะกรรมการฟัง คณะกรรมการบอกว่าไปเล่าให้อธิบดีกรมสรรพากรจึงได้ไปขอมาตรการทางภาษีมาใช้ ว่าใครบริจาคเงินเข้ากองทุนยุติธรรมสามารถเป็นลดค่าใช้จ่ายสุทธิได้ 2 เท่า

กรณีนี้ท่านอธิบดีกรมสรรพากร และรัฐมนตรีกระทรวงการคลังใจดีมาก เพราะมีประโยชน์มากปรากฏว่าไปติดวัตถุประสงค์กองทุนยุติธรรมที่ระบุว่ารายได้กองทุน นอกจากมีรายได้ตามมาตรา 8 เงินค่าปรับ เงินค่าผู้หนีคดีในคดีอาญา เฉพาะที่ส่งคืนคลังไม่เกินร้อยละ 5 แต่ว่ารายได้อีกข้อ คือ เงินบริจาค ซึ่งเงินบริจาคก็เหมือนเงินงบประมาณอีกเลยไม่สามารถที่จะมาจ่ายช่วยเหลือคนที่ก่อนเป็นคดีได้ ส่วนนี้ต้องมาหาทางออกแก้ไขกัน แต่ประเด็นเรื่องที่สามารถลดหย่อนภาษีได้สามารถดำเนินการได้แล้ว

ปัญหาถัดมาที่เจอในขณะนี้ คือ เราช่วยจนสุดท้ายไปแพ้ในชั้นศาลฎีกา แพ้ทุกอย่างหมดเลย เช่น กรณีบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือส่วนท้องถิ่นฟ้อง ปรากฏว่าที่อยู่อาศัยกว่า 2 ชั่วอายุคนแล้วผิดจริง แต่เขาออกจากพื้นที่จนเขาไม่มีพื้นที่เหลืออยู่แม้แต่ตารางนิ้วเดียว ปัญหาคือ เขาออกจากพื้นที่นี้แล้วไปอยู่ตรงไหน ซึ่งทางกองทุนยุติธรรมอาจจะร่วมกับคณะอนุกรรมการของอาจารย์มาพิจารณาว่าจะช่วยได้อย่างไร แต่ถ้าประชาชนคนใดที่ไปถึงกระบวนการแบบถึงที่สุดแล้ว จะนำกรมกิจการสังคมและขอความร่วมมือไปยังอธิบดีสุขภาพจิตเพื่อมาช่วยพูดคุย เพราะมีประชาชนบางคนมาถึงกองทุนยุติธรรมและมีลักษณะเหม่อลอยแล้ว

ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

กล่าวว่า จริง ๆ แล้วภารกิจของกองทุนยุติธรรม ผมมองว่าหน่วยงานในกองทุนยุติธรรมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ควรจะต้องมาประชุมหารือ เพื่อมาประสานงานกันที่จะหาทางพิจารณาปัญหาอุปสรรคหรือหาทางแก้ไขให้มีประสิทธิภาพขึ้น อย่างในข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ท่านรองปลัดกระทรวงยุติธรรมได้พูดถึงอันนี้อยู่ที่การตีความ เพราะถ้าทำไม่ได้จริงคงต้องเป็นแนวทางที่ต้องเสนอแก้ไขกฎหมาย หรือระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่จะให้สามารถทำได้ เพราะหลักการในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี บางเรื่องช่วยได้เฉพาะในศาลหรือชั้นจำเลย หรือชั้นสอบสวน แต่ชั้นผู้ต้องหาช่วยไม่ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ควรต้องปรับปรุงแก้ไขให้ขยายไปช่วยได้จริงในส่วนนี้

ด้านปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ต้องรวบรวมและทางกระทรวงยุติธรรมที่เป็นเจ้าของพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาจจะต้องเป็นต้นเรื่องที่ต้องดำเนินการที่จะเสนอรัฐบาล เพื่อจะขอแก้ไขกฎหมายในส่วนนี้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ถึง หรือว่ากฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กฎหมายค่าตอบแทนของผู้เสียหาย หรือจำเลยในคดีอาญา ซึ่งยังไม่รวมถึงผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนว่าจะต้องขยายไปถึงมากน้อยแค่ไหน ต้องดูกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโยงถึงเรื่องนี้ด้วย เพราะเรื่องนี้การช่วยเหลือต่าง ๆ ต้องพิจารณาประกอบกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วย กรณีเยียวยาชดเชยความเสียหายอย่างนี้ต้องเอา พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายหรือว่าค่าใช้จ่ายของจำเลยในคดีอาญามาประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังไม่รวมถึงผู้ต้องหา ตอนนี้จะเป็นปัญหาอย่างหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน เพราะกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ครอบคลุมถึง

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม

ในส่วนตัวผมอยากให้ทุกหน่วยในกระบวนการยุติธรรมได้อาศัยประโยชน์จากกองทุนยุติธรรม เช่น คนมาแจ้งข้อกล่าวหาหรือตกเป็นจำเลย พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จับกุม แต่อย่าลืมว่าในมาตรา 130/1 เขียนว่าโทษประหารชีวิตกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องให้รัฐจัดให้ ในวรรคถัดมาบอกว่า ในคดีที่มีโทษทางอาญาให้พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิเสร็จให้บอกว่ามีทนายความไหม ถ้าไม่มีให้ถามต่อว่าต้องการหรือไม่และวรรคถัดไปบอกว่า ตามวรรค 1 วรรค 2 ให้รัฐจัดให้ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมกระทรวงคลังเห็นชอบ แสดงว่าจริง ๆ แล้วถ้าประชาชนร้องขอสามารถมีทนายความได้ทุกคน ผมอยากให้เขาเห็นแม้เวลามาแจ้งความ แม้จะตกเป็นจำเลย ท่านมี 2 มือ อีกมือหนึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการแน่นอน เพราะเขาถูกแจ้งข้อกล่าวหามา อีกมือนึงเป็นมือบุญถ้าเขาไม่มีเงินประกันตัวต้องไปขอเงินที่กองทุนยุติธรรม (ด้านหนึ่งมือกฎหมาย ด้านหนึ่งมือช่วย) ให้พนักงานสอบสวนเป็นประตูสามารถบอกได้เลยว่าท่านสามารถไปขอเงินกองทุนยุติธรรมได้ ขอทนายความได้ ขอค่าใช้จ่ายในการปล่อยตัวชั่วคราวได้ อย่าคิดแต่ดำเนินคดีอย่างเดียว

พอหลุดพนักงานสอบสวนมาในชั้นตำรวจไปถึงอัยการ ก็อยากให้อัยการเห็นว่าจำเลยที่มายังถูกควบคุมตัวอยู่ แต่อัยการเห็นว่าอย่างนี้น่าจะปล่อยตัวไปนะ เพราะว่ายึดหลักรัฐธรรมนูญเป็นตัวตั้งเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ให้เอกสารแนะนำให้ญาติไปที่กองทุนยุติธรรม พอไปถึงชั้นศาล ศาลก็มีการประเมินความเสี่ยง ถ้ามีความเสี่ยงต่ำอาจปล่อยตัวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ แต่ถ้ามีความเสี่ยงกลาง อาจจะใช้ EM เข้ามาประกอบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือเสี่ยงสูงอาจต้องมีเงินก็เอาเงินกองทุนเข้าไปร่วม ถ้าทุกคนเห็นด้วยแบบนี้หมดและเป็นประตูซึ่งกันและกันเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ผิดถูกว่ากันอีกทีแต่ขอให้เขาสู้อย่างเต็มกำลังสามารถ ให้เขามีผู้ช่วยที่เป็นมืออาชีพอย่างให้เขาสู้อย่างดิบ ๆ ชาวบ้านมาศาลไม่รู้เรื่อง เหมือนคนดำน้ำใต้แพ แต่ถ้าคนในกระบวนการยุติธรรมมีความรู้สึกแบบนี้ อยากจะทำงานร่วมกันแล้วอาศัยกองทุนยุติธรรมเป็นเครื่องไม้เครื่องมือเดินเรื่อง ผมว่าฝั่งกองทุนยุติธรรมก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฝั่งสุขภาพ

 

ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ปัจจุบันกฎหมายพยายามที่จะคุ้มครองสิทธิบุคคลที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญา ตั้งแต่ชั้นต้น คือ ชั้นสอบสวนจะมีการช่วยเหลือแล้วแต่ลักษณะของความผิดส่วนหนึ่ง ชั้นพนักงานสอบสวนหรือแม้แต่ชั้นอัยการเองคงต้องพิจารณาเหมือนกันว่าพนักงานสอบสวนมาสู่พนักงานอัยการแล้ว จะดูในเรื่องการปล่อยชั่วคราว ต้องพิจารณาก่อนว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไม่ความผิดมากน้อยแค่ไหนพฤติการณ์ยังไงที่ควรจะปล่อยชั่วคราวหรือไม่ ถ้าเห็นว่าควรปล่อยชั่วคราว ถ้าหากผู้ต้องหาไม่มีหลักประกันที่มาขอปล่อยชั่วคราวก็อาจจะประสานงานแนะนำอย่างที่ท่านรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตรงนี้ในหน่วยงานของสำนักงานอัยการสูงสุด          มีหน่วยงานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ คือ สำนักงาน สคช.อยู่แล้ว ผมคิดว่าประเด็นที่จะให้คำแนะนำกับทางฝ่ายของผู้ต้องหาจะต้องเป็นหน่วยงานที่สำนักงานคดีพิจารณาคดีด้วย เพราะสำนวนการสอบสวนหรือตัวที่ผู้ต้องหาส่งมาจะส่งมาที่สำนักงานคดีที่รับผิดชอบในแต่ละสำนวน เพราะตรงนี้ตัวพัฒนาการที่จะพิจารณาคดีหรือว่านิติกรที่ประจำเขาอาจจะต้องเป็นผู้ที่ให้ความรู้ให้คำแนะนำกับผู้ต้องหา ถ้าหากว่าพิจารณาและเห็นว่าควรจะปล่อยชั่วคราวและผู้ต้องหาไม่มี มีปัญหาเรื่องหลักประกันหลักทรัพย์ที่จะมาประกันตัวในส่วนนี้ก็จะแนะนำให้มาขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม

ทั้งนี้ สคช.เป็นหน่วยงานที่ทำทั้งเรื่องของอัยการโดยตรงมีทั้งไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ระงับคดีส่วนหนึ่ง และให้ความรู้ทางกฎหมายก็มีส่วนหนึ่งให้ความรู้แก่ประชาชน และช่วยเหลือทางกฎหมาย มีทั้งให้คำปรึกษา ทั้งช่วยเรื่องด้านคดีความบางอย่างซึ่งอยู่ในอำนาจทำได้ แต่อัยการก็มีทนายความอาสา ซึ่งไม่ใช่พนักงานอัยการที่จะช่วย ในบางเรื่องในส่วนนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมที่ร่วมมือกันได้ก็คงจะยินดีที่จะร่วมมือให้เกิดประสิทธิภาพขึ้น

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม

การพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนหากมายื่นจริง ๆ ที่จะพิจารณา คือ ยุติธรรมจังหวัด แต่อย่างไรก็ตามสามารถยื่นเรื่องได้ตั้งแต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไล่มาสู่ยุติธรรมชุมชน และประเด็นที่อาจารย์พงษ์นิวัตน์พูด ตอนนี้อัยการกับกระทรวงยุติธรรมทำข้อตกลงร่วมกันแล้วร่วมกันทำงานแลกเปลี่ยนข้อมูลกันไปมาเพื่อช่วยเหลือ เนื้อหาข้อตกลงคืออะไร คือ สิ่งที่คนมาหาประชาชนมาติดต่อเกี่ยวกับอัยการทั้งหมดที่เขามาด้วยความยากลำบากกองทุนจะไปจ่ายเงินให้ เหลือประเด็นข้อกฎหมายเล็กน้อย เพื่อจะทำให้อัยการทำงานได้อย่างเต็มที่ และงานบางอย่างที่มาติดต่อยุติธรรมจังหวัดเสร็จ เช่น เรื่องคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน้าที่ของอัยการ ถ้ามาหาเราอาจจะต้องเสียค่าทนายความ 15,000 บาท แต่ไปถึงอัยการไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย เพราะเราจะส่งต่อไปให้มีการแลกเปลี่ยนไปมา อะไรที่ข้อกฎหมายสามารถทำได้เราส่งต่อกันอยู่แล้ว โดยเบื้องต้นได้ทำ MOU ก่อนเพื่อจะได้มีระเบียบรองรับ

ด้านเกณฑ์การพิจารณาให้ความช่วยเหลือมีเกณฑ์ประกันตัวตามที่ศาลเรียก ค่าจ้างทนายความจะมีเกณฑ์พิจารณา ซึ่งในคณะอนุกรรมการจะมีตัวแทนซึ่งมีสภาทนายความอยู่ด้วย ไม่ถึงขนาดทุกจังหวัดแต่ว่าในอนาคตผู้แทนสภาทนายความต้องนั่งอยู่ด้วย และอีกด้าน คือ มีอัยการอยู่ เพราะฉะนั้นประสบการณ์ของคนในกระบวนยุติธรรมจะรู้ว่ามีเกณฑ์อยู่ในช่วงนี้ เวลาจ่ายเงินเราจะไม่ได้จ่ายเป็นก้อน จ่ายเป็นงวด เช่น ในชั้นเขียนคำร้อง เขียนคำฟ้อง ชั้นอัยการพิจารณาคดี ถ้าเกิดพิจารณาคดีไปได้นัดเดียว เกิดไกล่เกลี่ยได้มา จบมาเป็นแบบนี้ ค่าใช้จ่ายเราจะจ่ายตามความเป็นจริง ไม่ได้จ่ายเป็นก้อน แต่มาตรฐานแต่ละจังหวัดอาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่แต่ละจังหวัด ไม่ต้องใช้ใบเสร็จ เป็นลักษณะของเหมา เพราะมีเกณฑ์ค่าใช้จ่ายอยู่ เกณฑ์นี้จะเหมือนกับทางอัยการที่ช่วยทางสคช.จ่ายกับทนายความ จะมีเกณฑ์อยู่ และก็ทนายความจะมาขึ้นทะเบียนกับเราได้ต้องขึ้นทะเบียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ว่าความมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 คดี ถึงจะเข้ามาอยู่ได้ต้องขึ้นทะเบียน

ด้านสถิติของผู้กระทำผิดซ้ำ ขณะนี้มีจำนวนไม่เกิน 24% แต่ว่าคนทำผิดออกไปแล้วเป็นคนดีมีจำนวนกว่า 70% แต่เวลาคนทำผิดซ้ำ ต้นปีข่าว กลางปีข่าว ปลายปีอีกข่าว ถูกผลิตซ้ำทางความคิดที่จริงผมอยากให้ออกกฎหมายว่า ถ้าผู้ประกอบการรายใดรับผู้ที่เคยก้าวพลาดกระทำความผิดไปทำงานค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้ 6 เดือน สามารถนำไปลดภาษีได้ เพราะทุกวันนี้สังคมไม่ไว้ใจผู้กระทำความผิด ผู้กระทำความผิดก็ปรับตัวไม่ได้ ไปทำงานกับคนแปลกหน้า แต่คุณอยู่ด้วยกัน 6 เดือน คุณรู้นิสัยใจคอแล้วว่าคนพวกนี้เวลาไปอยู่กับใครเขาก็ซื่อสัตย์ เรายอมรับว่ามีคนจำนวนหนึ่งยังทำผิดซ้ำอยู่ อันนี้เราต้องแก้ไขกันต่อไป

พร้อมทั้งกล่าวถึงที่มาของเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม มาจาก 1. เงินหนุนรัฐบาลปีละ 250 ล้านบาท 2. ในมาตรา 8 เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ค่าปรับหนีประกัน เงินค่าปรับเหล่านี้เฉพาะที่ศาลส่งคืนคลังไม่เกินร้อยละ 5 เพื่อส่งเข้ากองทุนยุติธรรม และ 3. เงินบริจาค

ในกรณีที่อยากให้กองทุนยุติธรรมสามารถเชื่อมโยงกับธนาคารที่ดินเพื่อแก้ปัญหาที่ดิน ถ้าเป็นคดีความ คดีแพ่งนั้น สามารถทำได้ทุกคดี ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง ส่วนธนาคารที่ดินพอเข้ามาหาเรา เช่น เป็นหนี้ และถูกฟ้องร้อง ในกระบวนการไกล่เกลี่ยไปถึงธนาคารที่ดินอยู่แล้ว มีเงินจากคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน (อชก.) เพราะฉะนั้นอันนี้อยู่ในกระบวนการของโครงการที่ดิน แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นต้องคุยอีกเรื่องนึงเพราะตอนนี้กำลังทำกันอยู่

ส่วนกรณีที่อยากให้กองทุนยุติธรรมพิจารณาหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือที่เหมาะสม เพราะบางคนน่าสงสารจริง แต่ลูกหลานมีการศึกษาสูง แต่หลักเกณฑ์การช่วยเหลือ คือ ยากจน แต่ปัจจุบันอาจมีคนอยากจน โดยในประเด็นนี้เราเข้าไปตรวจสอบ โดยสิ่งแรกเรามีตัวเลข 11.4 ล้านคน ผู้มีรายได้น้อยที่รัฐบาลขึ้นทะเบียนเอาบัตรประชาชนไปเช็คเสร็จเราจะไม่พิจารณาอย่างอื่นเลย เพราะดูหลักเกณฑ์ว่าแนวโน้มเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่จริงส่วนหนึ่งประกอบ และเป็นคดีตามนโยบายหรือไม่ ไม่ได้เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ไม่ได้เป็นคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และยาเสพติด เช่น ผู้ค้า แบบนี้เราไม่ให้เพราะจะกลายเป็นส่งเสริมผู้กระทำผิด ถ้าตรงไปตามหลักเกณฑ์จะให้เลยภายใน 2 - 3 วันได้ สมมติว่าถ้าบอกว่าลูกหลานมีการศึกษาสูงแต่ลูกหลานยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างมีหนี้สิน บางคนมีบ้านใหญ่โตมีรถเบนซ์จอดอยู่ แต่ว่ากรมบังคับคดียึดไปหมดและรอขายทอดตลาดอันนี้เราก็ต้องเข้าไปดู บางทีชาวบ้านคิดว่าเขามีเงินแต่เบื้องหลังเขาล้มละลายไปหมดแล้ว ใช้วิธีการตรวจสอบ เข้าไปดูสถานที่จริง รวมทั้งตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องเครดิตยูโร เรื่องสถานะทางการเงิน โดยให้ธนาคารตรวจสอบ แต่ถ้าขึ้นอยู่ในบัญชีผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล จำนวน 11.4 ล้านคน ไม่ต้องตรวจสอบเพราะอยู่ในฐานข้อมูลอยู่แล้ว

ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

กล่าวถึงการสัมมนาที่ผ่านมาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กลุ่มเป้าหมายที่เชิญมาจะทั้งผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ ผู้ได้รับอนุมัติให้ช่วยเหลือ และที่ไม่ได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือก็มี ในช่วงท้ายของการสัมมนามีการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แสดงความคิดเห็น โดยมี 2 ส่วนที่แสดงความคิดเห็น ดังนี้

  1. ผู้ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ แสดงความคิดเห็นในลักษณะแสดงความคับแค้นใจหรือว่าน้อยใจที่ตัวเองถูกดำเนินคดี เป็นลักษณะที่ว่าท่านมองเหมือนว่าท่านไม่ได้ทำผิด แต่ถูกดำเนินคดีและไม่ได้รับความช่วยเหลือด้วยในส่วนนี้ แต่ส่วนใหญ่ที่ได้แสดงความคิดเห็นจะเกี่ยวกับเรื่องข้อเท็จจริง หรือวิธีการที่ตัวเองถูกกล่าวหาทางด้านคดี แต่จะพูดถึงในเรื่องของการที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตรงนี้ก็ไม่ได้พูดถึงมากนัก แต่ประชาชนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือคงต้องฝากทางเจ้าหน้าที่ของกระบวนยุติธรรมหรือกระทรวงยุติธรรมถ้าจะไม่อนุมัติต้องขอชี้แจงให้ผู้ที่ขอความช่วยเหลือเข้าใจด้วยว่าที่ไม่อนุมัติเพราะอะไร เพราะเขาถูกดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนหนึ่งคงมีความกังวล และมาขอความช่วยเหลือไม่ได้อีก ตรงนี้ถือว่าเป็นทุกข์อีกด้านนึง ส่วนในทางคดีคงต้องไปว่ากันในด้านคดีว่าเขากระทำผิดหรือไม่ทำผิด เพียงแต่อยู่ที่หลักฐานและข้อเท็จจริงในส่วนนั้น
  2. ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือได้กล่าวเหมือนกับระบายความรู้สึกของตนเองที่ถูกดำเนินคดี และตัวเอง มีผลกระทบจากการถูกดำเนินคดีอย่างไร จะเป็นลักษณะในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ตนเอง ถูกดำเนินคดี ในส่วนของการได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ได้รับความช่วยเหลือยังไม่ถึงกับการเน้นมาก

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม

กล่าวเสริมจากท่านพงษ์นิวัฒน์ฯ ว่า ถ้าไม่ได้รับแน่นอนบางทีอาจจะใส่เหตุผลที่ไม่ชัดเจนไป แต่ต่อไปจะระบุให้ชัดเจนมากขึ้นว่าไม่ให้เพราะอะไร แต่ว่าจดหมายตอบไปสุดท้ายโดยมีหลักการ คือ เรื่องของกองทุนยุติธรรมเป็นเรื่องของประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องสิทธิ เป็นประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ไม่ใช่เรื่องสิทธิที่ต้องจัดให้ เพราะฉะนั้นเวลาเขาขอให้ เดิมเราไม่ให้เขาไม่มีสิทธิอุทธรณ์ แต่ว่ามีสิทธิให้ทบทวนได้ แต่ถ้าทบทวนไม่ได้ก็ไปศาลปกครองเลย แต่ตอนนี้เป็นคำสั่งทางคณะอนุเป็นคำสั่งทางปกครองเลยไปหารือกับกฤษฎีกาอีกครั้ง กฤษฎีกาตีความว่าให้อุทธรณ์ได้แล้ว เป็นคำสั่งของศาลปกครองเพราะออกมาจากศาลปกครองเลย อย่างตอนนี้ผมตกเป็นจำเลยเยอะ เพราะที่เราไม่ให้เขารู้สึกว่าเขาต้องได้เขาก็ฟ้อง ฟ้องมาเสร็จก็ส่งไปให้อัยการเป็นทนายแก้ต่างให้ แต่ว่าจริง ๆ แล้วเรามีเหตุผลอยู่แล้ว เพราะหลักการเราอยากเป็นคุณพ่อใจดีอยู่แล้ว

หลักเกณฑ์หลักการในเรื่องการอนุมัติที่จะช่วยเหลือ ต้องยากจน ไม่สามารถเข้าถึงความเป็นธรรมได้ด้วยตนเอง และต้องไม่เป็นคดีที่มีข้อยกเว้น และพฤติการณ์คดีหรือข้อเท็จจริงสันนิษฐานได้ว่าคุณไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ซึ่งอันนี้เป็นหลักใหญ่ เพราะฉะนั้นเราต้องไปแสวงหา สืบเสาะคดีข้อเท็จจริง บางทีสาวน้อย  นั่งรถไปกับหนุ่มใหญ่ ปรากฏหนุ่มใหญ่ถูกจับในคดียาเสพติด สาวน้อยไม่รู้เรื่องเลย แต่ก็ถูกจับรวบในข้อหาค้าเหมือนกันเป็นตัวการร่วม เราไปดูพฤติการณ์ว่าใช่เราก็ให้ แต่หนุ่มใหญ่เราไม่ให้ เพราะติดยากจน ปล่อยสู้ก็เอาเงินปล่อยตัวชั่วคราวมาสู้ สู้มาหลุดตั้งเยอะไป แต่ว่าบางคดีเขาสามารถเข้าถึงช่องทางอื่นได้ เช่น เป็นคดีเล็กน้อยสามารถไปฟ้องด้วยวาจาได้ มาขอค่าทนายเราก็ไม่ให้เขาก็บอกว่าเขาน่าจะได้ แต่ความรู้สึกว่าน่าจะได้กับสิ่งที่เราจะให้ก็ไม่เป็นไรก็ต่อสู้กันไป แต่บอกประชาชนเลยว่าท่านไม่ได้ ท่านสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน ตามกฎหมายคุ้มครองก็ยื่นอุทธรณ์มาและหลังจากนั้นพนักงานอุทธรณ์จะมีเวลาพิจารณา 30 วัน เพื่อที่จะดูว่าให้หรือไม่ให้

 

ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

การพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติของทางกองทุนยุติธรรมจะมีผู้พิจารณา คือ คณะอนุกรรมการลงมา ซึ่งคณะกรรมการในกองทุนยุติธรรมจะมีคณะใหญ่อีกที คณะนี้จะตั้งอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติของอนุกรรมการอย่างที่ท่านรองปลัดกระทรวงยุติธรรมพูดถึง ต้องดูข้อเท็จจริง มีการลงพื้นที่ไปสืบหาข้อเท็จจริงว่าตามที่ผู้ขอความช่วยเหลือระบุมาว่าตรงกับที่ระบุมาและเข้าเงื่อนไขหรือไม่ เพราะในแต่ละเรื่องที่ขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องดำเนินคดี เรื่องปล่อยชั่วคราว หรือเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ตาม มีระเบียบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวทุกเรื่องของระเบียบที่จะเกี่ยวกับการพิจารณาดังกล่าว เพราะฉะนั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการก็คงต้องยึดระเบียบตัวนี้เป็นหลัก และก็มีการแสวงหาข้อเท็จจริงที่จะให้เข้าตามเงื่อนไขถึงจะพิจารณาอนุมัติ แต่ถ้ายังไม่เข้าตามเงื่อนไขจริง ๆ ก็จะพิจารณาไม่อนุมัติ แต่อย่างไรก็ตามถ้ากรณีที่ไม่อนุมัติอย่างที่ว่าเป็นคำสั่งศาลปกครองก็สามารถอุทธรณ์ได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะไม่อนุมัติคือคณะอนุกรรมการ ผู้ที่จะพิจารณาว่าการไม่อนุมัติของอนุกรรมการถูกต้องหรือไม่ก็คือคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมคณะใหญ่จะเป็นผู้พิจารณา และหลังจากนั้นถ้าคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมเห็นว่ายืนยันตามที่อนุกรรมการถึงจะเป็นสิ่งที่จะฟ้องต่อไป

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรม

ท่านคิดว่าข้อมูลข่าวสารนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด

ท่านมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวนี้มากน้อยเพียงใด

ท่านพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด