ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สป.ยธ. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission - JC) ไทย - อินโดนีเซีย ครั้งที่ ๙ ณ เมืองย็อกยาการ์ตา อินโดนีเซีย

11 ก.ค. 2561 13:52 น.

         ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สป.ยธ. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission - JC) ไทย - อินโดนีเซีย ครั้งที่ ๙ ระหว่างวันที่ ๔ - ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ณ เมืองย็อกยาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย 

การประชุม JC ไทย - อินโดนีเซียเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีรอบด้าน โดยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและอินโดนีเซียเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑โดยมีนายดำรง ใคร่ครวญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายไทย) และนายเดสรา เปอร์ชายา (H.E. Mr. Desra Percaya) อธิบดีกรมกิจการเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย (เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายอินโดนีเซีย) เป็นประธานร่วม โดยที่ประชุมได้ร่วมกันรายงานภาพรวมความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านต่างๆ ได้แก่ (๑) การเมืองและความมั่นคง (๒) ความร่วมมือด้านกฎหมายและกงสุล (๓) ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว (๔) ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม (๕) ความร่วมมือด้านเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูต และ (๖) ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ตลอดจนร่วมกันเจรจาและพิจารณาร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุม JC ไทย – อินโดนีเซีย ครั้งที่ ๙ (Record of Discussion the Ninth Meeting of the Joint Commission between The Republic of Indonesia and The Kingdom of Thailand) ในรายละเอียดเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่จะนำไปรายงานให้ที่ประชุม JC ทราบผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสในวันถัดไป

ในวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และนางเร็ตโน เลสตารี เปรียนซารี มาร์ซูดี (H.E. Mrs. Retno Lestari Priansari Marsudi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เป็นประธานร่วมในการประชุมฯ โดยหัวหน้าเจ้าหน้าที่อาวุโสทั้งสองฝ่ายได้รายงานผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส หลังจากนั้นรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ให้ข้อคิดเห็นและรับรองผลลัพธ์การประชุมดังกล่าว โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่า การประชุม JC ไทย – อินโดนีเซีย เป็นเวทีในการส่งเสริมความร่วมมือระดับทวิภาคีที่สำคัญที่จะเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งจะสามารถขยายความร่วมมือระหว่างกันได้ยิ่งขึ้นไปในกรอบความร่วมมือพหุภาคี อาทิ กรอบ ASEAN, East Asia Summit และ UN โดยเฉพาะประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลก

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว ทั้งไทยและอินโดนีเซียยินดีที่จะส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ได้แก่ ความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งราชอาณาจักรไทย และคณะกรรมการยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ และการใช้ยาในทางที่ผิด ความร่วมมือด้านการพัฒนาทางเลือก ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ ความร่วมมือระหว่างกันในเรื่องทางอาญา และการป้องกันและปรามปรามการค้ามนุษย์