ป.ป.ส. สรุปผลการดำเนินงานด้านยาเสพติด ประจำปี 2561

7 ก.ย. 2561 21:06 น. 2,817 ครั้ง

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2561 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้สรุปผลการดำเนินงานด้านยาเสพติด ประจำปี 2561 ผลการดำเนินงานตามแผนประชารัฐร่วมใจปลอดภัยยาเสพติด  พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย 4 แผนงาน คือ แผนปราบปรามยาเสพติด แผนบําบัดรักษายาเสพติด แผนป้องกันยาเสพติดและแผนบริหารจัดการอย่างบูรณาการ ที่มุ่งเน้นการลดปัญหายาเสพติดใน 3 ส่วน ได้แก่ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวม ปี 2561 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 - 31 สิงหาคม 2561) ดังนี้ 
 
1.แผนความร่วมมือระหว่างประเทศเชิงรุก 
- ผลการดำเนินงานแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ (ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 - 31 สิงหาคม 2561) จับกุมจำนวน 1,836 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 3,376 คน ของกลาง ยาบ้า 490,255,954 เม็ด กัญชา 35,405 กิโลกรัม ไอซ์ 18,854 กิโลกรัม เฮโรอีน 8,073 กิโลกรัม ฝิ่น 2,672 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซี 1,677,624 เม็ด และเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้น 1,172,121 กิโลกรัม
- การดำเนินงานในกรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยาเสพติด ในระดับภูมิภาคอาเซียนและสากล ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศคู่ภาคีที่สำคัญ ได้แก่ ทวิภาคีไทย-ลาว ทวิภาคีไทย-สิงคโปร์ ทวิภาคีไทย-เมียนมา ทวิภาคีไทย-มาเลเซีย ทวิภาคีไทย-จีน ทวิภาคีไทย-กัมพูชา
2.แผนสกัดกั้นปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติด
- การปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 298,975 คดี ผู้ต้องหา 322,294 ราย เป็นคดี 5 ข้อหาสำคัญ 75,862 คดี ผู้ต้องหา 89,928 ราย ของกลางยาเสพติดยาบ้า 306,315,504 เม็ด กัญชา 30,060 กิโลกรัม ไอซ์ 14,361 กิโลกรัม และดำเนินการในข้อหาสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ 3,080 คดี ผู้ต้องหา 5,106 คน สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด 2,009 คดี มูลค่าทรัพย์สิน 1,105.80 ล้านบาท 
- การสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ได้ของกลางยาบ้า 164,659,414 เม็ด กัญชา 14,740 กิโลกรัม  ไอซ์ 7,937 กิโลกรัม 
- การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติและการปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ดำเนินการต่อเครือข่าย 18 เครือข่าย จับกุมผู้ต้องหา 64 คน ของกลางยาบ้า 1,972,186 เม็ด ไอซ์ 189 กิโลกรัม และ ยึดอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่า 265 ล้านบาท   
3. แผนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน 
- ด้านการป้องกันยาเสพติด 
กลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา กลุ่มเด็กปฐมวัย ดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและการพัฒนาทักษะทางสมองด้วยสื่อเพื่อพัฒนาทักษะการบริหารจัดการชีวิต (Brain Executive Functions: EF) จำนวน 2,175,717 คน กลุ่มเด็กประถมศึกษา ได้รับการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด จำนวน 3,083,117 คน กลุ่มเยาวชนระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ได้รับการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด จำนวน 3,570,353 คน สำหรับเยาวชนนอกสถานศึกษา มีการจัดตั้งศูนย์เยาวชนระดับพื้นที่ จำนวน 957 แห่ง และมีกิจกรรมช่วยเหลือคุ้มครองและดูแลเด็กและเยาวชนนอกสถานศึกษา จำนวน 135,685 คน กลุ่มแรงงานในสถานประกอบการ สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดแก่กลุ่มแรงงานในสถานประกอบการ จำนวน 1,506,636 คน                
กลุ่มประชาชนทั่วไปในหมู่บ้าน/ชุมชน เสริมสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคงปลอดภัยยาเสพติดตามแผนประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2561 จำนวน 70,053 แห่ง และเตรียมความพร้อมต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยเสนอรายชื่อเพื่อขอรับรองสถานะเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ฯ จำนวน 1,048 แห่ง
- ด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูยาเสพติด
มีผู้เข้ารับการบำบัดรักษาทั้ง 3 ระบบ รวม 184,907 ราย แบ่งเป็นระบบสมัครใจ 97,133 ราย ระบบบังคับบำบัด 67,788 ราย ระบบต้องโทษ 19,986 ราย ดำเนินการติดตามช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดรักษา 137,636 ราย ให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฯ 1,828 ราย และได้การมอบทุนประกอบอาชีพให้แก่ผู้ผ่านการบำบัดรักษา 675 ราย จากการดำเนินงานของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในรอบ 4 ปี (ปี 2558 - 2561) ส่งผลให้สถานการณ์ยาเสพติดของไทยคลายตัวลงอย่างต่อเนื่องมีผลการดำเนินงานในแต่ละด้าน ดังนี้ ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเชิงรุก มุ่งเน้นการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่จะเข้าสู่แหล่งผลิต และที่ออกจากแหล่งผลิตไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทยและส่งผ่านไปประเทศอื่นๆ ด้านการปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการต่อผู้ค้ารายสำคัญเพิ่มขึ้นจากช่วง 4 ปีก่อนรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ร้อยละ 19 (ยาบ้า ของกลางต่อคดีเกิน 10,000 เม็ดขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 รวมยึดยาบ้าได้จำนวน 645 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้นร้อยละ 69, ไอซ์ ของกลางต่อคดีเกิน 10 กิโลกรัมขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 119 รวมยึดไอซ์ได้จำนวน 17.7 ตัน มากกว่าช่วง 4 ปีก่อนถึง 13 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 444 และการขยายผลเพื่อดำเนินการต่อผู้บงการหรืออยู่เบื้องหลัง ด้วยการดำเนินคดีในข้อหาสมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือในการกระทำผิด เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สิน รวมทั้งบังคับใช้มาตรการและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ด้านการบำบัดรักษายาเสพติด ดำเนินงานภายใต้นโยบาย ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย โดยมีผู้เข้าบำบัดในระบบสมัครใจ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.4 การติดตามผู้ผ่านการบำบัดทุกระบบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 และผู้ผ่านการบำบัดมีอัตราการหยุดเสพต่อเนื่อง 3 เดือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 ด้านการป้องกันยาเสพติด ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติ โดยกลุ่มปฐมวัย ใช้กระบวนการฝึกทักษะทางสมอง (Executive Function) มีเด็กผ่านกระบวนการกว่า 3.1 ล้านราย กลุ่มประถม มัธยม อาชีวะ อุดมศึกษา กว่า 14 ล้านราย กลุ่มนอกสถานศึกษา กว่า 3 แสนราย กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กว่า 4.5 ล้านราย
 
นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญจัดเป็นวาระเร่งด่วน ในปี 2561 การดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ภายใต้กลไกการอำนวยการของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) มีนโยบายการทำงานที่ชัดเจน ทั้งด้าน ความร่วมมือระหว่างประเทศเชิงรุก ด้านการปราบปรามยาเสพติด ด้านการบำบัดรักษายาเสพติด ด้านการป้องกันยาเสพติด และมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วนของสังคม ส่งผลให้จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนที่ไม่มีปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานสะท้อนให้เห็นได้ด้วยผลการประเมินของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2561 พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ร้อยละ 96.4 และมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ร้อยละ 95.8”
.........
 
ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย “สมัครใจเข้าบำบัด ไม่เสียประวัติ ไม่มีความผิด” แจ้งเบาะแสยาเสพติด สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรม

ท่านคิดว่าข้อมูลข่าวสารนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด

ท่านมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวนี้มากน้อยเพียงใด

ท่านพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด

อัลบั้มรูปภาพ