มุ่งสู่…มาตรฐานเรือนจำต้นแบบ ตามข้อกำหนดกรุงเทพ

27 ก.พ. 2562 14:59 น. 265 ครั้ง

การทำให้เรือนจำเป็นสถานที่เปลี่ยนชีวิตของผู้ต้องขัง เพื่อว่าเมื่อถึงวันพ้นโทษจะสามารถคืนคนดีสู่สังคมได้นั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการและการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีความพยายามในการจัดทำเรือนจำต้นแบบ ซึ่งผู้ตรวจประเมินเรือนจำเป็นผู้มีบทบาทอย่างสูงในการสร้างและรักษามาตรฐานเรือนจำที่ดี

 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ได้จัดอบรมหลักสูตรผู้ประเมินเรือนจำตามข้อกำหนดกรุงเทพ (ข้อกำหนดที่ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่การคุมขัง) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเข้าใจหลักการในการประเมินเรือนจำต้นแบบ และการใช้แบบประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงยุติธรรมในปี 2562 นี้ ที่มุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานสนับสนุนให้เรือนจำปฏิบัติตามเกณฑ์ และมีความสามารถที่จะผ่านเกณฑ์การประเมินได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เรือนจำ นำข้อกำหนดกรุงเทพไปใช้อย่างเข้มแข็งและเป็นไปตามมาตรฐาน

 

 

แบบประเมินการปฏิบัติของเรือนจำตามข้อกำหนดกรุงเทพ พัฒนามาจากเครื่องมือของ Penal Reform International (PRI) และนำมาปรับให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย ประกอบด้วย 10 หมวด ที่ประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพตั้งแต่ระดับการกำหนดนโยบาย จนถึงการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทั้งกระบวนการ โดยแบบประเมินนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินการดำเนินงานและวิธีการปฏิบัติในเรือนจำ ทัณฑสถาน หรือสถานที่ควบคุมตัวอื่น ๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง

 

ด้วยเหตุนี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จึงร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ในการจัดทำแบบประเมินการปฏิบัติของเรือนจำตามข้อกำหนดกรุงเทพ โดยนำเครื่องมือการประเมินที่พัฒนาโดย PRI มาปรับปรุงและแก้ไขเนื้อหาให้เหมาะสมกับบริบทของเรือนจำและทัณฑสถานในประเทศไทย จากนั้นได้นำแบบประเมินไปทดลองกับเรือนจำ และทัณฑสถานหลายแห่ง ภายใต้ “โครงการเรือนจำต้นแบบตามข้อกำหนดกรุงเทพ” (หรือ “Model Prison Project”) ซึ่งดำเนินการสืบเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยปัจจุบันมีเรือนจำที่ผ่านการประเมินและได้รับคัดเลือกเป็นเรือนจำต้นแบบโดย TIJ แล้ว จำนวน
12 แห่ง ทั่วประเทศ

 

การประเมินเรือนจำภายใต้โครงการเรือนจำต้นแบบ (Model Prison Project) โดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เป็นไปตามความสมัครใจของเรือนจำที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยมีการดำเนินการเป็นรายภูมิภาค ใช้เวลาภูมิภาคละ 1 ปี ขั้นตอนสำคัญของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ที่ใช้ในการประเมินเรือนจำต้นแบบ

  1. การตรวจพื้นที่เบื้องต้น เพื่อแนะนำวิธีการเก็บข้อมูลเอกสารและการเตรียมหลักฐานให้กับเรือนจำ และชี้แนะให้เรือนจำได้เข้าใจมากขึ้นว่าจะสามารถปรับปรุงเรือนจำภายใต้ข้อจำกัดที่มีได้อย่างไร โดยเรือนจำจะมีเวลาประมาณ 3-4 เดือนในการปรับปรุงทางกายภาพ และรวบรวมเตรียมเอกสารหลักฐาน เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการในขั้นตอนต่อไป
  2. การตรวจประเมินจริงโดยคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอก ผู้เชี่ยวชาญจาก TIJ และผู้แทนกรมราชทัณฑ์ ทำหน้าที่ตรวจประเมินตามแบบข้อกำหนดกรุงเทพ 10 ด้าน ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดหญิงในเรือนจำตั้งแต่ขั้นรับตัว ขั้นเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว จนถึงขั้นปล่อยตัว

 

นอกเหนือจากการประเมินเรือนจำภายใต้โครงการเรือนจำต้นแบบ (Model Prison Project) ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ปัจจุบันยังมีการประเมินเรือนจำอีกหนึ่งรูปแบบคือ การประเมินภายในตามตัวชี้วัดของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ โดยมุ่งส่งเสริมให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศจำนวน 107 แห่ง ที่ควบคุมผู้ต้องขังหญิงได้ตระหนักถึงความสำคัญ และนำเอาข้อกำหนดกรุงเทพไปใช้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

ในการอบรมครั้งนี้ ดร.นัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาพิเศษ TIJ และ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวเปิดการอบรม ว่า “การอบรมครั้งนี้ถือเป็นการทำความเข้าใจร่วมกันของผู้ที่จะต้องทำหน้าที่ประเมินเรือนจำที่มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพ ซึ่งในปีนี้กรมราชทัณฑ์มีแนวทางการประเมินครอบคลุมเรือนจำที่มีผู้ต้องขังหญิงทั่วประเทศ 73 แห่ง อีกทั้งการประเมินดังกล่าวมีผู้ประเมินจากหลายฝ่าย จึงจำเป็นต้องมีการอบรมร่วมกันเพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน”

 

 

นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรที่มาร่วมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ประกอบด้วย รศ.ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกการประเมินเรือนจำร่วมกับ TIJ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 คุณพัชราภรณ์ ศโรภาส ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทัณฑวิทยา และ ทพญ. จุฑารัตน์ จินตกานนท์ ผู้อำนวยการกองบริการทางการแพทย์ รักษาการนักทัณฑวิทยาเชี่ยวชาญ กองทัณฑปฏิบัติ

 

ทั้งนี้ ผู้ร่วมเข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 44 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ เช่น คณะผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บัญชาการเรือนจำ และ คณาจารย์ระดับอุดมศึกษา ได้รู้จักแบบประเมินการปฏิบัติงานในเรือนจำตามข้อกำหนดกรุงเทพ พร้อมทั้งบรรยายแนวคิดในการประเมินตามเกณฑ์แต่ละข้อโดยละเอียด

 

ในการประเมินเรือนจำ นอกจากเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินจะต้องมาจากหลายฝ่าย และเป็นผู้มีองค์ความรู้เหมาะสมแล้ว การประเมินต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน และพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อมูล เอกสารต่าง ๆ ของเรือนจำแนะนำเรือนจำภายใต้บริบทที่แต่ละเรือนจำมี และ TIJ หวังว่าองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการอบรมครั้งนี้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดกรุงเทพที่มีมาตรฐาน เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลในที่สุด