TIJ จัดบรรยายหัวข้อ “ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ การเบี่ยงเบนคดี และยุติธรรมชุมชน”

18 ก.ค. 2562 18:16 น. 78 ครั้ง

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จัดการบรรยายในหัวข้อ “ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ความหลากหลาย และยุติธรรมชุมชน” เพื่อเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ระดมความคิดเห็นในการส่งเสริมการใช้ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) เป็นทางเลือกใหม่ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมตั้งแต่ระดับรากฐานของสังคมแทนการแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการยุติธรรม

 

 

การบรรยายในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หลักสูตรอบรมด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาสำหรับผู้บริหาร หรือ TIJ Executive Program on the Rule of Law and Development (RoLD) ปีที่ 3 ซึ่ง TIJ พัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบัน Institute for Global and Policy คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้บรรยาย 

ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์นั้นเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อาชญากรรมและการกระทำผิดบางประเภท ช่วยบรรเทาปัญหานักโทษล้นเรือนจำ และการบริหารจัดการเรือนจำภายใต้ข้อท้าทายด้านบุคลากรและงบประมาณ อันเป็นแนวโน้มที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ โดยความจำเป็นของการนำความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในปัจจุบันจะช่วยลดภาระภาครัฐ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน คุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม และเป็นการแก้ปัญหาการบริหารงานยุติธรรม ด้วยการถ่ายโอนความรับผิดชอบจากกิจการภาครัฐ และการปรับบทบาทให้รัฐเป็นผู้กำกับดูแลมากกว่าเป็นผู้ปฏิบัติ

 

 

แนวคิดการใช้ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์อยู่ในกรอบของการใช้หลักกฎหมายอาญาเพื่อชดใช้เยียวยาแทนการลงโทษด้วยกระบวนการที่คำนึงถึงการชดใช้เยียวยาผู้เสียหาย เรียกร้องให้ผู้กระทำผิดสำนึกผิดและรับผิดชอบ ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือเครือข่ายยุติธรรมชุมชนเป็นประสานจัดการประชุม เพื่อให้เกิดความสมานสามัคคีกันในสังคม

 

ความผิดที่สามารถใช้ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ได้นั้น ได้แก่ ความผิดที่เด็กหรือเยาวชนเป็นผู้กระทำ ความผิดจากความรุนแรงในครอบครัว ความผิดที่กระทำโดยประมาท ความผิดที่ยอมความกันได้ และความผิดเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงโทษจำคุกระยะสั้น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการนำไปแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งในกระบวนการยุติธรรม โรงเรียน ที่ทำงาน ครอบครัว และชุมชน ด้วยการไกล่เกลี่ยเหยื่อและผู้กระทำผิด การตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูชุมชน การประชุมกลุ่มในครอบครัว และการพิพากษาแบบล้อมวง และอาจใช้มาตรการขั้นเบี่ยงเบนออกจากการดำเนินคดีมาใช้ในกรณีที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีด้วย

 “เป้าหมายของความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์นั้นเป็นไปเพื่อหาทางเลือกอื่นๆ ที่ไม่ใช่กระแสหลัก เช่น การประนีประนอม การขอโทษขอขมาในคดีที่สามารถให้อภัยหรือยกโทษให้กันได้ เพื่อให้สังคมเปิดกว้าง และลดปัญหาเรือนจำแออัด นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมที่จะเลือกการเยียวยาแทนการให้อำนาจตัดสินใจแก่ศาลหรือตำรวจ” รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ กล่าว

สำหรับบทบาทของชุมชนในการใช้ความยุติธรรมสมานฉันท์อาจทำได้โดยการใช้กระบวนการยุติธรรมชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการควบคุมอาชญากรรมและแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน ด้วยการทำความตกลงร่วมกัน การช่วยกันเป็นหูเป็นตาระวังภัยในชุมชน โดยผู้กระทำผิดเดิมอาจจะกระทำผิด เพราะถูกสังคมกดดันหรือบีบคั้น ชุมชนจึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ทั้งจากการกระทำความผิดและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำด้วย