สยจ.กระบี่ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณีหญิงสาวถูกทำร้ายด้วยการจุดไฟเผา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 ปี คดีความจะหมดอายุแต่คนร้ายยังหลบหนีลอยนวล

24 ก.ย. 2562 17:21 น. 83 ครั้ง

           วันที่ 22 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางกอลิเย๊าะ ศรียาไพ อายุ 63 ปี ชาวบ้าน ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ว่าลูกสาวชื่อนางสาววรรณา ศรียาไพ อายุ 37 ปี ถูกทำร้ายด้วยการจุดไฟเผาอย่างโหดเหี้ยม จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตามแขนขาด้านขวามีรอยแผลไฟไหม้ นิ้วมือเท้าหงิกงอ พูดจาไม่ได้ เหตุเกิดเมื่อปี 2545 แต่คดีไม่คืบ

           นางกอลิเย๊าะเล่าว่า นางสาววรรณาไปเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช โดยขณะที่ลูกสาวของตนเรียนอยู่ชั้น ปวส.2 เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 45 ถูกคนร้ายทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ของแข็งตีเข้าที่กกหูซ้าย และจุดไฟเผาทั้งเป็น เหตุเกิดภายในหอพักแห่งหนึ่งหลังถนนสายอ้อมค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช ผ่านไป 3 วัน เพื่อนของลูกสาวไปพบนอนสลบอยู่ในห้องเช่า พบทรัพย์สินโทรศัพท์และเงินจำนวนหนึ่งหายไป จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกระบี่   ดำเนินการดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 แก่ผู้เสียหาย
  2. เจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

ผลการให้ความช่วยเหลือ

            วันที่ 24 กันยายน 2562 สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกระบี่โดย นายศักย์ ดิษฐาน ยุติธรรมจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายจำรัก เซ่งแซ่ พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางสาวอัญญารัตน์  เบญญาพันธุ์ นิติกรสำนักงานยุติธรรมจังหวัดกระบี่ได้ลงพื้นที่บ้าน นางกอลิเย๊าะ ศรียาไพ มารดาผู้เสียหาย พบ นางสาววรรณา ศรียาไพ ผู้เสียหาย สภาพเป็นผู้พิการไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เบื้องต้นทราบข้อเท็จจริงว่า คดีอยู่ระหว่างพนักงานอัยการ ซึ่งได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้องนายคำรณฯ แต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาฟ้องได้

            เบื้องต้นทางยุติธรรมจังหวัดกระบี่ได้ชี้แจงงานบริการของสำนักงานยุติธรรม พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตาม พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 จึงสิ้นสุดระยะเวลาในการยื่นคำขอฯ จึงชี้แจงรายละเอียดให้ผู้ร้องทราบ ทั้งนี้ได้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายในการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อขอค่าเสียหายในทางแพ่ง เมื่อพนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลได้ และให้คำแนะนำทางด้านกฎหมายอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ร้อง

            ยุติธรรมจังหวัดกระบี่ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมอบเบอร์โทรศัพท์แก่   ผู้ร้องเพื่อขอรับคำปรึกษาด้านกฎหมายไว้ต่อไป