กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณีแม่ชายวัย 24 ปี เชื่อ ลูกชายไม่ใช่ผู้ก่อเหตุกรณีหญิงสูงอายุถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเดือนมกราคมในพื้นที่ตลาดโบ๊เบ๊

26 ก.ย. 2562 10:45 น. 57 ครั้ง

           วันที่ 24 ก.ย. 62 ความคืบหน้ากรณี นางจันทร์ (นามสมมติ) หญิงสูงอายุได้ถูกชายใช้ท่อนเหล็กตีได้รับบาดเจ็บเย็บกว่า 40 เข็ม และชิงทรัพย์ไปจำนวนหนึ่ง ขณะเปิดร้านขายของย่านตลาดโบ๊เบ๊ กรุงเทพฯ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ โดยหลังจากแจ้งความ ตำรวจได้จับกุม นายพลทวัช กลิ่นชมชื่น อายุ 24 ปี ตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ และแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ในยามวิกาล โดยผู้ต้องหาได้ประกันตัวไปและมีนัดขึ้นศาลอีกครั้งวันที่ 29 ก.ย 62

           ล่าสุด นางสมศรี กลิ่นชมชื่น อายุ 62 ปี แม่ของนายพลทวัช เปิดเผยว่า ตนค่อนข้างมั่นใจว่าลูกชายตกเป็นแพะรับบาป เพราะหลังเกิดเหตุตำรวจได้มาหาเบาะแสในชุมชน โดยเอาภาพวงจรปิดให้ดูหน้าคนร้าย ซึ่งคนในชุมชนก็ได้ปฏิเสธและบอกตำรวจว่าไม่ใช่คนในชุมชนแน่นอน แต่ตำรวจก็ไม่เชื่อ และหาว่าคนในชุมชนช่วยปกปิด จนสุดท้ายตำรวจก็ตามไปจับลูกชายตนที่ย่านลาดพร้าว

           นอกจากนี้ ตอนจับกุมก็ไม่มีหลักฐานที่เป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ และไม่มีการตรวจลายนิ้วมือที่อาวุธและลายนิ้วมือของลูกชาย ซึ่งตนค่อนข้างกังขาที่คนเจ็บชี้ตัวว่าลูกชายตนเป็นคนร้าย แต่คิดว่าในวันชี้ตัวที่โรงพักนั้น ลูกชายสวมเสื้อสีเหลืองแค่คนเดียว แต่คนอื่น ๆ สวมเสื้อสีดำทั้งหมด จะเป็นไปได้หรือไม่ที่คนเจ็บอาจจะสับสนแล้วชี้ผิดตัว

           ด้านนางจันทร์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้าดูวงจรปิดเพราะรับไม่ได้ ซึ่งตนค่อนข้างมั่นใจในการทำงานของตำรวจ มั่นใจว่าคนที่ถูกจับกับคนในวงจรปิดเป็นคนเดียวกัน เพราะคนร้ายที่ถูกจับแอบไปโกนหนวด จึงหน้าไม่เหมือนคนในวงจรปิด โดยตำรวจก็แกะรอยกล้องวงจรปิดจนไปจับตัวคนร้ายได้ ตอนชี้ตัวนั้นคนร้ายยังมีหนวด จึงทำให้ตนจำได้ แต่เขาเพิ่งมาโกนหนวดภายหลัง อย่างไรก็ตาม ตนไม่มั่นใจว่าคนร้ายอายุเท่าไร เพราะวันเกิดเหตุนั้นเป็นเวลา 03.30 น.

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  ดำเนินการดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิจำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2559)
  2. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิการขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม
  3. เจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำความช่วยเหลือด้านอื่นๆ

ผลการให้ความช่วยเหลือ

          เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ประสาน ร.ต.อ.สุวิทย์      มั่นหาท้าว รองวัตรสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี ได้รับแจ้งว่า คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยจะมีการสืบพยานฝ่ายโจทก์ในวันที่ 29 ตุลาคม 2562
          จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานนายพลธวัช กลิ่นชมชื่น และลงพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิจำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ให้นายพลธวัชฯ ทราบว่า จำเลยที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัตินี้

  1. ต้องเป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ
  2. ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี และ
  3. ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดี หรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

          รวมทั้งได้แจ้งหลักเกณฑ์ ในการขอรับการสนับสนุนหลักทรัพย์ในการปล่อยชั่วคราวจากกองทุนยุติธรรม ให้ทราบ ซึ่งนายพลธวัชฯ ไม่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม เนื่องจากมีทนายความ และหลักทรัพย์ในการประกันตัวแล้ว แต่นายพลธวัชฯ มีความประสงค์ขอความเป็นธรรมในคดี ซึ่ง กคส. จะมีหนังสือนำเรียนศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อโปรดทราบกรณีดังกล่าวต่อไป