สยจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณีตำรวจตามล่าแก๊งวัยรุ่นป่วนเมืองสุดโหด 4 คน รุมทำร้ายร่างกายหนุ่มขี่เวสป้าได้รับบาดเจ็บ

27 ก.ย. 2562 18:07 น. 504 ครั้ง

          จากกรณีคลิปที่มีการแชร์ต่อกันในโลกโซเชียล ซึ่งปรากฏภาพของ หนุ่มขี่เวสป้า รายหนึ่ง ถูกกลุ่มวัยรุ่น  4 คน พร้อมอาวุธมีดและสนัยมือ รุมทำร้ายร่างกาย ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งต่อมาผู้เสียหายที่อยู่ในคลิป ทราบชื่อคือ นายอภิมุข แสงตุ้ย หรือ วิน อายุ 22 ปี นศ.ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ออกมาเปิดเผยว่า ไมเคยรู้จักกลุ่มคนร้าย มาก่อน แต่จู่ๆตามมาทำร้าย โดยคู่กรณี ตะโกนด่าทอว่า ขับรถเร็ว ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

          ล่าสุดวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ซึ่งมีการระบุอ้างว่า เป็นกลุ่มที่มาทำร้าย นายอภิมุข ซึ่งในภาพที่แชร์ต่อกันมานั้น ปรากฏภาพชายวัยรุ่นทั้ง 4 คน ซึ่งมีลักษณะรูปพรรณสัณฐาน คล้ายกับภาพในคลิปจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพ ขณะเกิดเหตุ พร้อมมีการระบุว่าเป็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มีพฤติกรรมตั้งตัวเป็นแก๊งอันธพาลในเมืองเชียงใหม่

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่  ดำเนินการดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย       แก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 แก่ผู้เสียหาย
  2. เจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

ผลการให้ความช่วยเหลือ

          เมื่อวันที่ 26 กันยายน  2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสันทราย ได้นำกำลังตามจับกุม แก็งโจ๋ป่วนเมือง ทั้ง 4 ที่รุมทำร้ายหนุ่มขับเวสป้าได้แล้ว โดย 2 ใน 4 คน  เป็นเยาวชน 2 คน และกำลังรวบรวมสำนวนคดีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายอภิมุข  แสงตุ้ย (ผู้เสียหาย) ได้รับบาดเจ็บหัวแตก และพกซ้ำตามร่างกาย ซึ่งได้ไปทำแผลที่โรงพยาบาลและกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว

          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสานนางสุนีย์ แก้วคำมา อายุ 44 ปี มารดาผู้เสียหาย เพื่อแจ้งสิทธิ์ให้แก่ผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางผู้เสียหายจะรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องมายื่นคำขอที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป