สยจ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณีการแถลงข่าวการจับกุมชายหนุ่มหนีคดีราดน้ำมันจุดไฟ เผาแฟนสาวอาการสาหัสเหตุไม่พอใจที่ถูกบอกเลิก

4 ต.ค. 2562 17:28 น. 396 ครั้ง

           พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก. 5 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม แถลงข่าวการจับกุม นายคำรณ อายุ 39 ปี ชาว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหา      ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน หลังจับกุมได้ที่ตลาดเทศบาลหนองหญ้าไซ ม.5 ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี

           นางกอลิเย๊าะ อายุ 63 ปี มารดาผู้เสียหาย ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหา เนื่องจากคดีผ่านมาประมาณ 17 ปี และใกล้หมดอายุความ ประกอบ    กับปัจจุบัน น.ส.วรรณา ยังลุกเดินไม่ได้ ต้องมีสภาพนอนติดเตียง

           ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบทราบว่า นายคำรณ หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับญาติ ที่ จ.สุพรรณบุรี จนมีภรรยาและลูกชาย 1 คน จึงได้วางแผนเข้าจับกุม จนพบผู้ต้องหาอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมนำตัวมาที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เพื่อทำบันทึกจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ดำเนินคดี

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช   ดำเนินการดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย       แก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559
  2. เจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

ผลการให้ความช่วยเหลือ

           เบื้องต้นยุติธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ยุติธรรมประสานไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์        และความคืบหน้าของคดี ได้ความว่าเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม สามารถจับกุมได้ ก่อนที่จะขาดอายุความอีกเพียง 3 ปี

           ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังนางสาวณัฐติภรณ์ ศรียาไพ น้องสาวผู้เสียหาย เพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายในการดำเนินคดี แนะนำช่องทางในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้บาดเจ็บ​ ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือตามพรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯนั้น​ เนื่องจาก      เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อน พรบ.นี้จะมีผลบังคับใช้จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะขอรับความช่วยเหลือได้ ทั้งนี้ครอบครัวผู้บาดเจ็บได้ฝากขอบพระคุณผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม