รมว.ยุติธรรม ร่วมประชุม ปราบปรามยาเสพติดประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ยัน ไทยเร่งสกัดสารตั้งต้นไปยังสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมสกัดยาเสพติดเพื่อลดปริมาณในภูมิภาค

22 ต.ค. 2562 16:36 น. 64 ครั้ง

          ในวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ ๔๓ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ โดยการประชุมครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นร่วมกันระหว่างสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมระดับหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ๑๙ ประเทศ มีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ และผู้แทนจากหน่วยงานป้องกันยาเสพติดในประเทศไทย รวมกว่า ๑๕๐ คน

          นายสมศักดิ์ฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ประสบปัญหายาเสพติดที่มาจากแหล่งผลิตยาเสพติดสองแหล่ง คือ สามเหลี่ยมทองคำและ พระจันทร์เสี้ยวทองคำ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งในภูมิภาคและในโลก ความรุนแรงและความซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคที่ประสบปัญหายาเสพติดร่วมกัน จำเป็นจะต้องเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาบ้า ไอซ์ และเคตามีน รัฐบาลไทย ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นอย่างมาก โดยถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างประเประเทศ ในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด โดยมุ่งลดปริมาณยาเสพติดในภูมิภาค ด้วยการสกัดกั้นสารตั้งตันและเคมีภัณฑ์ มิให้ถูกลักลอบ นำเข้าไปยังแหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ และสกัดกั้นไม่ให้ ยาเสพติดแพร่กระจายออกไป ทั้งในและนอกภูมิภาค ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มความพยายามในการป้องกันยาเสพติด การลดอันตรายจากการใช้ยา และการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อลดอุปสงค์ยาเสพติดภายในประเทศ

          นายสมศักดิ์ฯ กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคกำลังประสบปัญหายาเสพติดที่ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสพติดประเภทสารสังเคราะห์ และได้ให้ความสำคัญกับ ๓ ประเด็น ได้แก่ ๑.การวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ปัญหา ต้องปรับปรุงข้อมูลและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอย่างรวดเร็ว ๒. การเสริมสร้างศักยภาพด้านการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นให้ทันต่อสถานการณ์ และ ๓. การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด ผ่านการส่งเสริมให้มีความช่วยเหลือทางวิชาการด้านการควบคุมยาเสพติด ให้แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการควบคุมการลักลอบผลิตและลำเลียงยาเสพติด การปราบปรามยาเสพติด และการป้องกันการใช้ยาในทางที่ผิด

          นายสมศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ภายใต้ปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย โดยเป็นต้นแบบในการใช้แนวทางการพัฒนาทางเลือก (Alternative Development) ในการดำเนินงาน ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. จะมีการประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมุ่งลดปริมาณยาเสพติดในภูมิภาค ผ่านการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงเคมีภัณฑ์สารตั้งต้นเข้าไปยังแหล่งผลิต รวมถึงแพร่กระจายออกไปทั้งในและนอกภูมิภาค ทั้งนี้ตนขอขอบคุณสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ที่จัดการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งตัวแทนจากทุกประเทศที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการร่วมือกันเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของภูมิภาค

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรม

ท่านคิดว่าข้อมูลข่าวสารนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด

ท่านมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวนี้มากน้อยเพียงใด

ท่านพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด