สยจ.ปทุมธานี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณีชาย วัย 51 ปี ถูกชายวัย 67 ปี ใช้มีดฟันได้รับบาดเจ็บจนหูซ้ายหวิดขาด

24 ต.ค. 2562 10:06 น. 85 ครั้ง

         วันที่ 22 ต.ค. ร.ต.อ.นัธธวัฒน์ องอาจ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีชายถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บที่เพิงพัก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และอาสาสมัครกู้ชีพนครรังสิต

         ที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักริมถนน พบร่างชาย อายุ 51 ปี สภาพไม่สวมเสื้อ ตามเนื้อตัวมีรอยสักทั่วร่างกาย นั่งเลือดโชกมีบาดแผลบริเวณใบหูซ้ายถูกมีดฟันหวิดขาด ทีมกู้ชีพนครรังสิตต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งร.พ.ปทุมธานี ส่วนผู้ที่ก่อเหตุอายุ 67 ปี หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

         สอบสวนพยาน ให้การว่า คนเจ็บกับมือมีดเป็นเพื่อนกัน ก่อนเกิดเหตุทะเลาะมีปากเสียงกันเรื่องเงินหาย หลังคนเจ็บบ่นว่าเงินหายไปไหนหลังออกไปซื้อสุรา ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจเกิดการชกต่อยกันโดยคนเจ็บหยิบมีดเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่ถูกอีกฝ่ายคว้ามีดที่วางอยู่ใกล้มือฟันเข้าที่ใบหูซ้ายแล้ววิ่งหลบหนีไป

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดปทุมธานี   ดำเนินการดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย         แก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559
  2. เจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

ผลการให้ความช่วยเหลือ

         เจ้าหน้าที่ยุติธรรมได้ติดต่อประสานข้อมูลไปยังสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ทราบว่าคดีนี้เกิดเหตุ    เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 21.00 น.ได้รับแจ้งว่ามีชายถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บที่เพิงพัก    ในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผู้บาดเจ็บ    ได้รักษาตัวหายและภายหลังจะได้เรียกให้ผู้บาดเจ็บเพื่อมาดำเนินตามขั้นตอนการในส่วนที่เกี่ยวข้อง      กับคดีต่อไป

         เจ้าหน้าที่ยุติธรรมได้ติดต่อประสานข้อมูลไปยังโรงพยาบาลปทุมธานีเพื่อขอทราบข้อมูลการเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บดังดกล่าวโดยทราบว่าผู้บาดเจ็บได้ถูกนำส่งจากศูนย์กู้ชีพนครรังสิตและได้ให้การรักษาโดยการทำแผลและให้ยาแก่ผู้บาดเจ็บและให้กลับบ้านเพื่อพักรักษาตัวเมื่อตอนเช้าของ วันที่ 23 ตุลาคม 2562 เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้หากมีข้อมูลเพิ่มเติมและได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมแล้วในภายหลัง จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป