สยจ.สงขลา ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณีเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนรถกระบะ แต่เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมีปัญหากับคู่เขยเรื่องธุรกิจค้าหัวปลา

1 พ.ย. 2562 10:41 น. 55 ครั้ง

          วันที่ 30 ต.ค. 62 เมื่อเวลา 14.20 น. ตำรวจ สภ.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุ    ยิงกันตายคารถกระบะ บนถนนสายบ้านโหนด-ท่านางหอม หมู่ 2 บ้านโหนด ต.คูเต่า พบรถยนต์กระบะจอดอยู่ริมถนน ภายในรถมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตคาเบาะ 1 คน ซึ่งเป็นคนขับทราบชื่อ นายดือรอแม สุรง        อายุ 33 ปี หรือบังแม เป็นพ่อค้าหัวปลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวเข้าที่ศีรษะ แขน ขา และลำตัว    รวม 6 นัด ซึ่งภาพจากกล้องเห็นหน้าคนร้ายทั้ง 3 คนอย่างชัดเจน และเจ้าหน้าที่รู้ตัวทั้งหมดแล้ว โดยหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งชุดสืบสวนกำลังประสานไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อให้เข้ามอบตัวแต่โดยดี

          เหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่าเป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อส.หรือไม่ เนื่องจากยังพบพิรุธหลายอย่าง เพราะจากการสอบสวนนางมารียะห์ ทราบว่าผู้ตายมีปัญหากับคู่เขยเรื่องธุรกิจค้าหัวปลา หลังจากที่เคยทำธุรกิจค้าหัวปลาด้วยกัน แต่ระยะหลังมามีปัญหากันจนต้องแยกทางกันทำ โดยก่อนหน้านี้ 1 เดือนก็เคยมีเรื่องชกต่อยกับคู่เขย จนถูกแทงเข้าที่หน้าท้องได้รับบาดเจ็บ เพิ่งออกจากโรงพยาบาล กระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเรียกตัวคู่เขยคนนี้มาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายหรือไม่

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสงขลา     ดำเนินการดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย         แก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559
  2. เจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

ผลการให้ความช่วยเหลือ

          เจ้าหน้าที่ประสานกับ ร.ต.อ. สุเมธ จำนง พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน และ ดาบตำรวจ    ชัยยุทธ รัตฉวี สภ.คูเต่า ทราบชื่อผู้ต้องหาทั้งสามคนแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสามคนยังไม่เข้ามอบตัว

         จากนั้นได้แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ให้แก่นางมารียะห์ เขปัน ภรรยา   ผู้เสียชีวิตทราบ เพื่อยื่นคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา แนะนำสิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 แนะนำบริการปรึกษากฎหมายของสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสงขลา จะได้ติดตามและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป