สยจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณีพ่อวัย 74 ปี ถูกลูกชายใช้ค้อนตีเสียชีวิต

6 พ.ย. 2562 14:35 น. 43 ครั้ง

          เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562  ร.ต.อ.สมบัติ วังวล พนักงานสอบสวน สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกของแข็งตีที่หน้าผากนอนเสียชีวิตคาที่ใต้ถุนบ้านจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมกำลังเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม ,แพทย์เวรนิติเวช โรงพยาบาลประจันตคาม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบผู้เสียชีวิตเป็นชายสูงอายุ ทราบชื่อต่อมาคือนายพิณ ล้อมเวียง อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านดังกล่าว มีร่องรอยถูกของแข็งทุบที่หน้าผาก

          สอบถามพี่สาวผู้ตาย(นางกุล กล้ากสิการ) ซึ่งอยู่อาศัยห่างออกไปเพียง 10 เมตร เล่าว่า ช่วงเช้า   มีคนมาบอกให้ไปดูน้องชายที่บ้าน ว่าถูกคนฆ่าตายแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุ(บ่ายวันที่ 3 พ.ย. 2562) ได้ยินเสียงน้องชาย(ผู้ตาย) กับลูกชายผู้ตาย ทราบชื่อต่อมาคือนายวีระวัฒน์ ล้อมเวียง อายุ 32 ปี  ทะเลาะกันแต่ไม่มีใครสนใจเพราะว่าสองพ่อลูกทะเลาะกันเป็นประจำ ซึ่งบ้านที่เกิดเหตุมีผู้ตายกับลูกชายอาศัยอยู่กันเพียงสองคน คาดว่าทะเลาะกันเนื่องจากลูกชายมักขอเงินไปซื้อเหล้าขาวและยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง      และเมื่อขอไม่ได้มักมีอาการอาละวาดทำลายข้าวของ และขู่จะฆ่าพ่อตัวเอง

          หลังเกิดเหตุพบว่านายวีระวัฒน์ฯ ได้หายตัวไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนายวีระวัฒน์ฯ ซึ่งหลบหนีไปกบดานที่บ้านเลขที่ 139 ม.8 ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี จึงเข้าจับกุมหลักจากควบคุมตัวได้สอบปากคำผู้ต้องสงสัยแต่ให้การไม่รู้เรื่องจึงให้พักและสอบสวนอีกครั้ง ต่อมารับสารภาพว่าฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าด้วยค้อนจริง

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดปราจีนบุรี     ดำเนินการดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย         แก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559
  2. เจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

ผลการให้ความช่วยเหลือ

           สำนักงานยุติธรรมจังหวัดปราจีนบุรีโดยผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดปราจีนบุรีมอบหมายหัวหน้ากลุ่มอำนวยความยุติธรรมและนิติการ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่หลังจากทราบข้อมูลทางคดีเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเข้าแจ้งสิทธิเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาให้เข้าถึงสิทธิตาม    พระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ โดยแจ้งให้พี่สาวผู้เสียชีวิต (นางกุล กล้ากสิการ) ทราบถึงสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และสิทธิในการได้รับการชดเชยค่าเสียหายจากรัฐโดยที่ผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดต่อไป