• Slide 0

พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
 
 
 
สรุปเนื้อหา สาระสำคัญและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมของ
    พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘
  
    
นิยามศัพท์ที่สำคัญ
          - “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
          - “อนุญาต” หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บุคคลใดกระทำการใดที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อน
กระทำการนั้น และให้หมายความรวมถึงการออกใบอนุญาต การอนุมัติ การจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การรับแจ้ง การให้ประทาน
บัตรและการให้อาชญาบัตรด้วย
         - “ผู้อนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจในการอนุญาต
         - “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต
         - “กฎหมายว่าด้วยการอนุญาต” หมายความว่า บรรดากฎหมายที่มีบทบัญญัติกำหนดให้ การดำเนินการ ใดหรือการประกอบกิจการใดจะต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้
         - “คำขอ” หมายความว่า คำขออนุญาต
         กฎหมายดังกล่าวมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาทั้งสิ้น ๕ ประเด็นได้แก่
            ๑. หน้าที่ของผู้อนุญาต และการพิจารณาอนุญาต
            ๒. หน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
            ๓. หน้าที่ของคณะรัฐมนตรี
            ๔. ศูนย์รับคําขออนุญาต
            ๕. กรณีที่ไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.

๑. หน้าที่ของผู้อนุญาต และการพิจารณาอนุญาต
        1.๑  จัดทําคู่มือสําหรับประชาชน (ม. 7) ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๘๐ วันนับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ม. ๑๗) โดยอย่างน้อยต้องมี
                  -  หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข (ถ้ามี) ในการขออนุญาต
                  -  ขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตและ
                  -  รายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการขออนุญาต
         1.๒  พิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่ให้อํานาจในการอนุญาตทุก 5ปี เพื่อพิจารณาว่าสมควรยกเลิกการอนุญาตหรือจัดให้มีมาตรการอื่นแทนการอนุญาตหรือไม่ และเสนอผลการพิจารณานั้นต่อคณะรัฐมนตรี (ม. 6)
         1.๓  หน้าที่ในขั้นตอนการขออนุญาต 
               (๑)  ตรวจสอบคําขอและรายการเอกสารหรือหลักฐาน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนต้องแจ้งผู้ขออนุญาตทันที (ม.8 วรรคแรก)
               (๒) เมื่อผู้ขออนุญาตยื่นคําขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องรับคำขอนั้น (ม.๘ วรรคท้าย)
               (๓)  ต้องดําเนินการอนุญาตตามกําหนดเวลาที่  ระบุไว้ในคู่มือสําหรับประชาชน และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายใน 7
วันนับแต่พิจารณาแล้วเสร็จ หากครบตามกําหนดเวลายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาต และคณะกรรมการ
พัฒนาระบบราชการทราบทุก 7 วัน (ม. 10)
๒. หน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
          ๒.๑  ตรวจสอบขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตว่าเหมาะสมหรือไม่ หากเห็นว่าไม่เหมาะสมให้เสนอคณะรัฐมนตรี
เพื่อพิจารณาสั่งการหากเห็นว่าควรดําเนินการแก้ไข (ม. 7 วรรคสาม)
          ๒.๒  รายงานต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งเสนอแนะการพัฒนาหรือปรับปรุงหน่วยงานหรือระบบการปฏิบัติราชการ ในกรณีที่ผู้
อนุญาตดําเนินการพิจารณาอนุญาตล่าช้ากว่าที่กําหนดในคู่มือสําหรับประชาชนเกินสมควร หรือล่าช้าเพราะขาดประสิทธิภาพ (ม. 10วรรคสาม)
          ๒.๓  หารือเรื่องการชําระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาตแทนการยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออก
ใบอนุญาต เพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี (ม.12 วรรคสี่)
๓. หน้าที่ของคณะรัฐมนตรี
          ๓.๑  ออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อกําหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชําระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาต (ม.12 วรรคแรกและวรรคสอง)

          ๓.๒  พิจารณายกเลิกการอนุญาตหรือจัดให้มีมาตรการอื่นแทนการอนุญาต (ม.6 วรรคสอง)

          ๓.๓  จัดตั้งศูนย์รับคําขออนุญาต (ม. 14)

๔. ศูนย์รับคําขออนุญาต

           ๔.๑  เป็นหน่วยงานใหม่ที่ออกแบบมาเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขออนุญาตจากหน่วยงานราชการ

           ๔.๒  คณะรัฐมนตรีสามารถออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดตั้งศูนย์รับคําขออนุญาต (ม. 14)

           ๔.๓  มีหน้าที่รับคําขออนุญาตและค่าธรรมเนียม ให้ข้อมูล และแนะนําเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการอนุญาต

เป็นต้น (ทำหน้าที่เสมือนหน่วยงานผู้อนุญาต)(ม. 16)

๕. กรณีที่ไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ. (ม. ๕)
            ๕.๑  รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี
            ๕.๒  การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ 
            ๕.๓  การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา  
            ๕.๔  การอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
            ๕.๕  การอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารด้านยุทธการ รวมทั้งตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมยุทธภัณฑ์และ
กฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน
            ๕.๖  หน่วยงานอื่นนอกจาก ๕.๑ - ๕.๕ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ผลดีของ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการพ.ศ. ๒๕๕๘
            1.  การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
           (๑.๑) ในส่วนของการลดต้นทุน ได้ปรากฏชัดแจ้งอยู่ใน มาตรา ๗ วรรคสาม ซึ่งได้ระบุไว้ว่า ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ
พัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ตรวจสอบขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตที่กำหนดตามวรรคหนึ่งว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะ
สมตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการให้ผู้อนุญาตดำเนินการแก้ไขให้เหมาะสมโดยเร็ว”
           ทั้งนี้ เพราะระบบการควบคุมการประกอบกิจการหรือการดำเนินการต่างๆ ของประชาชน ภายใต้กฎหมายปัจจุบันนั้น  ต้อง
ดำเนินการผ่านการอนุมัติ การอนุญาต การออกใบอนุญาต การขึ้นทะเบียน และการแจ้ง โดยที่กฎหมายหลายฉบับมิได้กำหนดระยะ
เวลาและขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน คู่มือสำหรับประชาชนตามมาตรา 7  จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะให้ข้อมูลแก่
ประชาชนเกี่ยวกับระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินการซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานของประชาชน เนื่อง
จากมาตรา 7 วรรคสาม ได้ให้อำนาจแก่ ก.พ.ร.ในการตรวจสอบขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตในคู่มือสำหรับประชาชน
ดังนั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ก.พ.ร.จึงควรดำเนินการประเมินต้นทุนที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาต
ต่างๆภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ในลักษณะของ Standard Cost Model โดยประเมินต้นทุนของการพิจารณาอนุญาตแต่ละแบบจากต้น
ทุนที่ประชาชนต้องรับภาระ ทั้งต้นทุนที่เป็นตัวเงินและเวลา รวมถึงความถี่หรือปริมาณการขออนุญาตนั้นๆ และเปิดเผยข้อมูลต้นทุนดัง
กล่าวให้ประชาชนโดยทั่วไปรับทราบ
            นอกจากนี้ศูนย์รับคำขออนุญาตนั้นจะช่วยลดต้นทุนจากปัญหาการขออนุญาตดำเนินการต่างๆ ของประชาชนที่ต้องติดต่อกับ
หน่วยงานหลายแห่ง ในลักษณะ One Stop Service ตลอดจนช่วยลดต้นทุนของประชาชน ด้วยการส่งเสริมให้ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการ
เผยแพร่คู่มือสำหรับประชาชน และการยื่นคำขออนุญาตอีกด้วย
            (๑.๒) ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาอนุญาตของหน่วยงานต่างๆ ได้ปรากฏอยู่ใน มาตรา 10 วรรคสาม
โดยกำหนดให้ ก.พ.ร. รายงานต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งเสนอแนะการพัฒนาหรือปรับปรุงหน่วยงานหรือระบบการปฏิบัติราชการ ใน
กรณีที่ผู้อนุญาตดำเนินการพิจารณาอนุญาตล่าช้ากว่าที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนเกินสมควร หรือล่าช้าเพราะขาดประสิทธิภาพ
             ๒.  ความโปร่งใสและความรับผิด
             กฎหมายฉบับนี้เพิ่มความโปร่งใสในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการหลายประการโดยเฉพาะการกำหนดให้มีการจัดทำคู่มือ
สำหรับประชาชนตามมาตรา 7 ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนของประชาชนแล้ว ยังเพิ่มความโปร่งใสอีกทางหนึ่ง เนื่องจากความชัดเจนของขั้น
ตอนและระยะเวลาจะช่วยปิดช่องทางในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกันกับมาตรา 8ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผู้ขออนุญาต
ทันที หากรายการเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และไม่สามารถเรียกเอกสารเพิ่มเติมหรือปฏิเสธคำขอใดๆ หากรายการเอกสารหรือ
หลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว
              นอกจากนี้ยังเพิ่มความรับผิดของเจ้าหน้าที่ต่อหน่วยงานผู้อนุญาต โดยมาตรา 8 วรรคสามกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดทางวินัย
หรือต้องถูกดำเนินคดี หากตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหรือหลักฐาน โดยประมาทเลินเล่อ หรือโดยทุจริต

พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม

              โดยภารกิจของกระทรวงยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขอทราบข้อมูล ขออนุญาต  และขออนุมัตินั้น สามารถจำแนกตามส่วนราชการได้ดังนี้
ส่วนราชการ งานบริการ
 1. กรมคุมประพฤติ   ๑. การขอรับการสงเคราะห์ผู้กระทำผิดหลังปล่อย
 2. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ   ๒. การขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและ
    ค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
 ๓. การขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายและให้คำปรึกษา
     ทางกฎหมาย
 ๔. การขอรับการสนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายจากกองทุน
     ยุติธรรม
 ๕. การจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในการสอบสวน
     คดีอาญา
 ๖. การร้องขอคุ้มครองความปลอดภัยพยานในคดีอาญา
 ๗. การรับเรื่องราวร้องทุกข์
 3. กรมบังคับคดี   ๘. การยื่นคำร้องขอวางทรัพย์
 ๙. การขึ้นทะเบียนผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการและผู้บริหารแผน
 4. กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  ๑๐. การขอปล่อยตัวชั่วคราว
 5. กรมราชทัณฑ์ 
 
 ๑๑. การขออนุญาตวิจัย
 ๑๒. การพบญาติแบบใกล้ชิด
 ๑๓. การขออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าชมกิจการเรือนจำ/ทัณฑสถาน 
 ๑๔. การขออนุญาตเผยแพร่กิจกรรมในเรือนจำ/ทัณฑสถาน  
 ๑๕. การช่วยเหลือ สนับสนุนด้านสวัสดิการและการสงเคราะห์ 
ผู้ต้องขัง
 6. กรมสอบสวนคดีพิเศษ    ๑๖. การรับแจ้งข้อมูลเบาะแสของผู้กระทำความผิดทางอาญา ที่เป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 
๒๕๔๗
 7. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 

  ๑๗. การรับแจ้งบุคคลสูญหาย 
  ๑๘. การขอเปลี่ยนชื่อ-สกุลศพ
  ๑๙. การขอรับศพคืนจากมูลนิธิสว่างอริยะธรรมสถาน
  ๒๐. การขอรับใบรายงานการชันสูตรศพ

 8. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ
 ปราบปรามยาเสพติด 
  ๒๑. การรับแจ้งข้อมูลเบาะแสผู้ค้า แหล่งมั่วสุม พื้นที่แพร่ ระบาด แหล่งผลิต และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
 
โดยภารกิจความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรมนั้น ได้กำหนดให้ศูนย์บริการร่วม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็น
หน่วยงานที่ทำหน้าในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการให้ข้อมูลในด้านการขออนุญาต การขออนุมัติ ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ
ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวไว้แล้ว [i] แต่การกำหนดอำนาจหน้าที่ดังกล่าวนั้นเป็นในลักษณะของการให้ข้อมูล ให้คำ
ปรึกษาแนะนำ และประสานเพื่อส่งต่อไปยังส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม พิจารณาและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป 
ดังนั้นเพื่อให้เกิดการบูรณาการตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงควรกำหนด
ให้ศูนย์บริการร่วม ฯ ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์รับคำขออนุญาต” และให้มีหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๖ แห่ง พ.ร.บ.การอำนวยความ
สะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘  โดยกำหนดเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุญาต อนุมัติที่อยู่ใน
อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการอื่น ให้แก่ศูนย์บริการร่วมฯ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของ “ศูนย์รับคำขออนุญาต” ได้อย่าง
สมบูรณ์ตามที่กำหนดไว้
                ทั้งนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่กำหนดไว้ตามตารางข้างต้นเพื่อวางแนว
ทางในการให้บริการด้านต่างๆ แก่ประชาชนที่มาติดต่อกับส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมต่อไป


[i]  อำนาจหน้าที่ของ ศูนย์บริการร่วมสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, http://www.moj.go.th/th/about-us-jsl, เข้าถึงเมื่อ ๒๐ เม.ย. ๕๘.

เอกสารแนบ

ลงวันที่ 10 มี.ค. 2560 10:09 น.

จำนวนผู้อ่าน 40,821 คน