16 สิงหาคม 2565 ประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ในวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2565 เวลา 14.00 น. พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ โดยมีพันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองเลขาธิการพระราชวัง นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 10-01 ชั้น 10 และมีพลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 ร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)

ที่ประชุมได้พิจารณาแผนดำเนินงานของมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ซึ่งประกอบด้วย การประกวดเรือนจำดีเด่น แนวทางการพัฒนามุมสุขภาพราชทัณฑ์ปันสุขฯ การประชาสัมพันธ์ผลงานของมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ โดยการเปิดคอลัมน์ในวารสารของกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงสาธารณสุข การจัดทำแผ่นพับมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ การจัดทำรายงานประจำปี การยกระดับสถานพยาบาลในเรือนจำให้เป็นหน่วยปฐมภูมิ การศึกษาแนวทางการช่วยเหลือผู้ต้องขังจิตเวช บุคลิกภาพแปรปรวน กลุ่ม Trauma ภายหลังพ้นโทษ การประสานโรงพยาบาลเอกชน มูลนิธิอื่น ๆ หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ และ การจัดทำรายงานการประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ปีที่ 3 สำหรับประเด็นสำคัญนอกเหนือจากการนำแผนการดำเนินงานของมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ ไปปฏิบัติแล้ว ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษที่ป่วยจิตเวช โดยให้มีการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากยังมีผู้ต้องขังป่วยจิตเวชบางรายที่เมื่อพ้นโทษแล้วไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีญาติดูแล ทำให้ขาดยาในการรักษา ส่งผลให้อาจเกิดการกระทำผิดซ้ำ จึงต้องเร่งรัดให้มีการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง