ดีเอสไอรวบนายหน้าลวงค้ากามที่ดูไบ บังคับขายตัว เหยื่อหาเงินไถ่ตัวเองร่วมแสน

11 พ.ย. 2565 08:43 น. 20 ครั้ง

 
            เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้การอำนวยการของนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการศูนย์คดีละเมิดทางเพศเด็ก/หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับพันตำรวจตรี สิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 2 ราย ตามคดีพิเศษที่ 67/2564 ในข้อหา “ร่วมกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี” โดยจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัด ชลบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี
           คดีพิเศษดังกล่าวสืบเนื่องจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับการประสานงานจากเครือข่ายชุมชนคนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่าได้ให้ความช่วยเหลือหญิงไทย ซึ่งถูกหลอกลวงไปบังคับค้าประเวณี ณ นครดูไบ โดยพฤติการณ์ คือ เมื่อเดือนมีนาคม 2564 กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวจีน ได้ชักชวนโดยการหลอกลวงผู้เสียหายว่า มีงานนวดที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายได้ชั่วโมงละ 600 บาท โดยผู้เสียหายจะต้องทำงานใช้หนี้ค่าแท็ค 56,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงตอบรับการชักชวน ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายไปตรวจร่างกายก่อนเดินทาง ทำวีซ่า ซื้อตั๋วเครื่องบิน และเรียกรถแท็กซี่ให้พาผู้เสียหายไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อเดินทางไปถึงนครดูไบแล้ว ผู้เสียหายกลับถูกกลุ่มผู้ต้องหายึดหนังสือเดินทาง และพาไปกักขังที่ร้านนวดแต่ด้านในเป็นสถานค้าประเวณีซึ่งล็อคประตูร้านไว้ตลอดเวลา และบังคับให้ผู้เสียหายค้าประเวณีเพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้ค่าแท็ค จนกระทั่งท้ายที่สุด ผู้เสียหายต้องโอนเงินให้กลุ่มผู้ต้องหาเพื่อไถ่ตนเอง จำนวน 62,000 บาท จึงได้รับหนังสือเดินทางคืนจากกลุ่มผู้ต้องหา และเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย และเข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ จนมีการออกหมายจับผู้ต้องหาชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 5 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 สามารถจับตัวผู้ต้องหาหญิงไทย จำนวน 2 ราย ที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวนี้ สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นจึงนำตัวขออำนาจฝากขัง ณ ศาลอาญา กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
          กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความมุ่งมั่นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง จึงขอแจ้งเตือนประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลซึ่งเป็นนายหน้าอ้างว่ามีงานนวดแผนไทย ในต่างประเทศ มีรายได้ดี อยู่กินสุขสบาย ไม่มีการบังคับขายบริการทางเพศ เช่น สาธารณรัฐเกาหลี สหพันธรัฐมาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และราชอาณาจักรบาห์เรน เป็นต้น โดยหากประชาชนมีความประสงค์ จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศโปรดติดต่อกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยตรง ทั้งนี้ หากมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทรศัพท์ สายด่วน 1202 (ฟรีทั่วประเทศ) โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรม

ท่านคิดว่าข้อมูลข่าวสารนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด

ท่านมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวนี้มากน้อยเพียงใด

ท่านพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด