แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - MOJ-JSL(2)

หน้า: [1] 2
1
ปรึกษาข้อกฎหมาย / Re: ขายที่ดิน
« เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2019, 11:11:12 »
เรียน  คุณ Panemo

        การซื้อขายที่ดิน หากจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือฟ้องร้องดำเนินการทางกฎหมาย จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามวันเวลาดังกล่าวที่ท่านกล่าวอ้างว่า ได้ขายที่ดินผ่านนายหน้า เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ได้รับเงินแล้ว แต่จะทำการโอนกันในภายหลังไม่ได้ทำการโอนกันภายในวันที่รับเงิน เช่นนี้ การซื้อขายที่ดินไม่ใช่การซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แต่เข้าข่ายเป็นการจะซื้อจะขายที่ดินกัน โดยมีการชำระเงินไว้เรียบร้อยแล้ว จะกระทำการโอนกันในภายหลัง ดังนี้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อ กรณีที่ท่านได้ทำหนังสือมอบอำนาจไว้ หากล่วงเลยระยะเวลามาถึงปัจจุบันนี้ ถือได้ว่าหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นอันใช้ไม่ได้แล้ว
        เมื่อข้อเท็จจริงมีว่า นายหน้าได้ทำเอกสารการซื้อขาย โฉนดที่ดิน รวมถึงหนังสือมอบอำนาจหายไป ให้ท่านไปแจ้งหาย เพื่อดำเนิการโอนที่ดินต่อไป ท่านในฐานะผู้ขาย เมื่อท่านได้รับเงินไปแล้ว ท่านจะต้องปฏิบัติการโอนที่ดินแก่ผู้ซื้อด้วย เจ้าหน้าที่ของแนะนำให้ท่านไปดำเนินการโอนที่ดินที่ทำการซื้อขายกันด้วยตนเองที่สำนักงานที่ดิน จะไม่เกิดปัญหาและมีความปลอดภัยถูกต้องตามกฎหมายค่ะ


                                                                                                                        ขอบคุณค่ะ

2
ปรึกษาข้อกฎหมาย / Re: หนีหมายศาล
« เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2019, 10:10:01 »
เรียน  คุณสุวัฒน์

        หมายศาล ห้ามมิให้ทำการเผยแพร่เป็นการทั่วไป ส่วนกรณีการสืบหาที่อยู่หรือภูมิลำเนาของบุคคลนั้น สามารถให้ทนายความหรือผู้มีส่วนได้เสียในการดังกล่าวไปทำการคัดทะเบียนราษฎร์ฯได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ
        กรณีอายุความในความผิดฐานยักยอกที่ท่านสอบถามนั้น ตามกฎหมายได้กำหนดโทษในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กำหนดโทษดังกล่าว ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 ได้กำหนดอายุความฟ้องผู้กระทำความผิดไว้ 10 ปี
        ส่วนคำพิพากษาสามารถดูทางเว็ปไซต์ศาลได้ แต่อาจเป็นคำพิพากษาแบบย่อ ถ้าท่านต้องการคำพิพากษาแบบเต็มต้องไปยื่นคำขอคัดคำพิพากษาที่ศาล
        กรณีหากท่านพบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้เองหรือไม่นั้น ตามกฎหมายบัญญัติ ไว้ว่า ราษฎรจะจับผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่จะอยู่ในเกณฑ์ เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับจะขอความช่วยเหลือ หรือกรณีเป็นความผิดซึ่งหน้า ดังนั้น หากท่านพบตัวผู้กระทำความผิด ท่านต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กระทำการจับกุม

                                   
                                                                                                      ขอบคุณค่ะ
       

3
เรียน คุณ sutasinee jumruntsang

       การโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง หรือประกาศ หรือโฆษณา อันมีลักษณะทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก และมีโอกาสเสี่ยงต่อการที่ข้อความดังกล่าวนั้นจะถูกเผยแพร่ออกไปด้วยความรวดเร็ว กรณีนี้จะเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ดังนั้น ท่านสามารถนำหลักฐานการพุดคุยอันมีลักษระเป็นการหมิ่นประมาท ไปดำเนินการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

                                                                                                                   ขอบคุณค่ะ

4
 เรียน คุณ Theerawat

       กรณีลูกหนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ทางกระทรวงยุติธรรมมีศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีภารกิจรับแจ้งเรื่องร้องเรียนให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินภาคประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านสามารถร้องเรียนร้องทุกข์พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทำเป็นหนังสือหรือมาพบด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม เลขที่ 88 หมู่ 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรมชั้น 4 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 กรุงเทพมหานคร โทร 02-575-334488

                                                                                                       ขอบคุณค่ะ

5
เรียน คุณ sia

       ความระงับแห่งสัญญาเช่านั้น ตามกฎหมายบัญญัติว่า ย่อมระงับไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ดดยไม่ต้องทำการบอกกล่าวกันก่อน เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องอ้างมีว่า สัญยาเช่าได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้ร้องไม่ต้องทำสัญญายกเลิกการเช่าแต่อย่างใด สัญญาเช่าได้ระงับลงแล้วตามกฎหมาย การที่ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์ที่เช่าอยู่โดยผู้ให้เช่าไม่ยินยอม ย่อมถือว่าเป็นการครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดต่อผู้ให้เช่า เมื่อผู้เช่าไม่ยอมออกจากทรัพย์ที่ให้เช่า ผู้ให้เช่าสามารถฟ้องคดีขับไล่ผู้เช่าออกได้ ส่วนกรณีที่ผู้เช่าไม่ยอมให้ผู้ให้เช่าเข้าไปในทรัพย์ที่เช่านั้น ผู้เช่าไม่มีอำนาจกระทำได้ และกรณีที่ผู้เช่ากระทำการข่มขู่ผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่าสามารถไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

                                                                                                                 ขอบคุณค่ะ

6
เรียน คุณ Amp

       กรณีลูกหนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ทางกระทรวงยุติธรรมมีศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีภารกิจรับแจ้งเรื่องร้องเรียนให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินภาคประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านสามารถร้องเรียนร้องทุกข์พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทำเป็นหนังสือหรือมาพบด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม เลขที่ 88 หมู่ 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรมชั้น 4 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 กรุงเทพมหานคร โทร 02-575-334488 แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปยังหมายเลขที่ท่านได้ให้ไว้นะคะ

                                                                                                       ขอบคุณค่ะ

7
ปรึกษาข้อกฎหมาย / Re: กฎหมายมรดก
« เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2019, 14:02:58 »
เรียน  คุณโชติรส

        เมื่อท่านพ้นจากการเป็นผู้เยาว์แล้ว สามารถเปลี่ยนชื่อสกุลได้ด้วยตนเอง มิต้องได้รับความยินยอมจากบิดาหรือมารดา โดยยื่นคำร้องได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ซึ่งมีหลักเกณฑ์
     1. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี
     2. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตน หรือบุพการี หรือผู้สืบสันดาน
     3. ต้องไม่ซ้ำกับชื่อสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือชื่อสกุลในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคลและฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร
     4. ต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
     5. มีพยัญชนะไม่เกินสิบพยัญชนะ เว้นแต่กรณีใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล
     6. ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานชื่อสกุล ห้ามใช้คำว่า “ณ” นำหน้าชื่อสกุล
     7. ห้ามเอานามพระมหานคร และศัพท์ที่ใช้เป็นพระปรมาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล
     8. ห้ามเพิ่มเครื่องหมายนามสกุล เว้นแต่เป็นราชตระกูล
     หลักฐานที่ต้องใช้ คือ
     1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ
     2. สำเนาทะเบียนบ้าน
     3. ใบเปลี่ยนชื่อตัว (ถ้ามี)
     ส่วนสิทธิ์ในการรับมรดกนั้น ท่านยังคงมีโดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหตุการเปลี่ยนชื่อสกุลไม่ 
                     
                                                                                                         ขอบคุณค่ะ

8
เรียน  คุณศุภชัย

        ตามธรรมดาในคดีความต่างๆไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรืออาญา ก่อนที่จะมีการนำสืบพยานหลักฐานใดๆ ก็จะต้องมีการยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลเสียก่อน เพื่อให้ศาลและฝ่ายตรงข้ามได้มีโอกาสตรวจสอบและเตรียมการโต้แย้งได้ถูกต้อง
       ในคดีอาญานั้น หากมีการตรวจพยานหลักฐาน คู่ความจะต้องยื่นบัญชีพยานก่อนวันตรวจพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 7 วัน หากจะยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมต้องยื่นก่อนการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น หากไม่มีการตรวจพยานหลักฐาน โจทก์จะต้องยื่นบัญชีระบุพยานไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนสืบพยาน ส่วนจำเลยจะต้องยื่นบัญชีพยานก่อนวันสืบพยานจำเลย หากยื่นเลยกำหนดดังกล่าว ก็จะต้องยื่นคำร้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นว่า เหตุใดจึงไม่ยื่นบัญชีพยานดังกล่าวตั้งแต่แรก (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173/1 และมาตรา 229/1)
ซึ่งวิธีการอ้างอิงพยานหลักฐานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาโดยการยื่นเอกสารแนบท้ายอุทธรณ์ฎีกานั้น ทางที่ถูกต้อง คู่ความควรจะยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมพร้อมกับทำบัญชีพยานเพิ่มเติมต่อศาล โดยในคำร้องจะต้องระบุถึงเหตุต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เช่น
        1. พยานหลักฐานดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่เพิ่งเกิดขึ้น หลังจากมีการสืบพยานหลักฐานในศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นไปแล้ว
        2.พยานหลักฐานดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญในคดี ที่จะทำให้การวินิจฉัยชี้ขาดคดีในประเด็นสำคัญเป็นไปโดยถูกต้องเที่ยงธรรม
        3. พยานหลักฐานดังกล่าว สามารถเชื่อถือได้ มีความแน่นอน ไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบ เช่นเป็นเอกสารราชการที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้โดยง่าย
       4. มีเหตุสุดวิสัย ที่ทำให้ไม่สามารถนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาสืบได้ในศาลชั้นต้น เช่น คู่ความฝ่ายตรงข้ามเพิ่งกล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมา ซึ่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่เคยทราบมาก่อน คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจึงไม่รู่ว่าจะต้องเอาพยานหลักฐานส่วนนี้มาแก้ข้อเท็จจริงดังกล่าว
       5. เพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยในคดีอาญาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ดี แม้ไม่มีการยื่นคำร้องดังกล่าว แต่ถ้าหากศาลเห็นว่า พยานหลักฐานที่แนบมาท้ายอุทธรณ์หรือฎีกานั้น เป็นพยานหลักฐานที่สำคัญที่ทำให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม หรือเพื่อให้โอกาสแก่จำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ศาลก็อาจจะรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้
                           
                                                                                                 ขอบคุณค่ะ

9
ปรึกษาข้อกฎหมาย / Re: คดีจับไอซ์ 5.9 กรัม
« เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2019, 15:03:57 »
เรียน คุณภัชรินทร์
     
       เนื่องจากข้อเท็จจริงไม่เพียงพอต่อการให้คำปรึกษา หากท่านประสงค์ปรึกษากฎหมายเพิ่มเติม สามารถโทรปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้
 ที่เบอร์ 02-1415100

                                                                                              ขอบคุณค่ะ

10
เรียน คุณanek

       ตามข้อเท็จจริงที่ท่านได้กล่าวอ้าง การดำเนินคดีอาญานั้น สามารถยื่นฟ้องด้วยตนเองหรือยื่นฟ้องคดีดดยพนักงานอัยการ กรณีของท่าน ท่านได้ดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ ซึ่งระยะเวลาการสอบสวนหรือทำสำนวนเพื่อพิจารณาฟ้องหรือไม่ฟ้องนั้นต้องใช้ระยะเวลา ดังนั้นให้ท่านรอผลการดำเนินการไปก่อน ส่วนกรณีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งในมูลละเมิดนั้น มีอายุความฟ้องร้อง คือ 1ปี แต่อย่างไรก็ตาม ในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ หากผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารราคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนได้ โดยผู้เสียต้องยื่นคำร้องดังกล่าวก่อนสืบพยาน ดังนั้นหากอายุความในทางแพ่งหมดลง ท่านสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ในคดีอาญาตามที่กล่าวข้างต้น

                                                                                                                           ขอบคุณค่ะ

11
เรียน คุณyostanun

        การโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง หรือประกาศ หรือโฆษณา อันมีลักษณะทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก และมีโอกาสเสี่ยงต่อการที่ข้อความดังกล่าวนั้นจะถูกเผยแพร่ออกไปด้วยความรวดเร็ว กรณีนี้จะเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
        ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
       ดังนั้น ท่านสามารถนำหลักฐานการพุดคุยอันมีลักษระเป็นการหมิ่นประมาท ไปดำเนินการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

                                                                                                                          ขอบคุณค่ะ

12
เรียน คุณJansana

       กรณีดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ดังนั้น ท่านสามารถไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีได้ แต่ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงมีว่า การกระทำความผิดเกิดขึ้นจากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ให้เด็กไม่ต้องรับโทษ อีกทั้งเป็นการกระทำความผิดของลูกศิษย์ในสถาบันของท่าน จึงแนะนำให้ท่านเรียกเด็กมาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน และให้เด็กลบข้อความดังกล่าวที่ได้ทำการโพสต์ไว้

                                                                                                               ขอบคุณค่ะ

13
ปรึกษาข้อกฎหมาย / Re: คดีข่มขื่น
« เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2019, 16:04:45 »
เรียน คุณ Matt

กรณีดังกล่าว หากผู้ร้องไม่ได้กระทำการข่มขืนจริง ผู้ร้องสามารถต่อสู้คดี พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้ในชั้นพิจารณาคดีของศาล ดังนั้นให้ผู้ร้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ผู้ร้องสามารถติดต่อปรึกษาคดีกับทนายความอาสาที่นั่งประจำศาลแต่ละศาลได้

                                                                                                                       ขอบคุณค่ะ

14
เรียน คุณศศิธร ทรัพย์ประเสริฐดี

       กรณีดังกล่าวหากคุณ โอนเงินผิดบัญชี ไปให้คนอื่น ที่ไม่ใช่บัญชีของคนที่จะรับเงินจากคณ ซึ่งอาจเกิดจากการกดตัวเลขบัญชีสลับกันบ้าง กดผิดบ้าง สิ่งที่คุณควรต้องทำ คือ เก็บหลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ ไว้ให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นสลิปการโอนเงินที่ออกมาจากตู้เอทีเอ็ม หรือจะเป็นหน้าจอการโอนเงินทาง Internet Banking หรือ Mobile Banking ต่อจากนั้นคุณก็ต้องติดต่อไปที่ธนาคารปลายทางที่คุณโอนเงินไปผิด เพื่อแจ้งปัญหาและสอบถามวิธีการขอคืนเงิน โดยธนาคารแต่ละแห่งก็จะมีวิธีการปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากที่จะแนะนำก็คือ ให้คุณนำเอกสารการทำรายการและสำเนาบัตรประชาชนไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้ก่อน ต่อจากนั้นก็ให้นำหลักฐานการแจ้งความทั้งหมดไปติดต่อกับธนาคารอีกครั้งค่ะ
       สิ่งที่ธนาคารฯจะช่วยคุณได้ก็คือ จะช่วยประสานงานไปยังเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่ง ที่คุณโอนเงินไปให้ผิดบัญชี เพื่อติดต่อขอเงินคืนให้ แต่คุณต้องเข้าใจธนาคารอย่างหนึ่งก่อนว่า ธนาคารไม่มีสิทธิ์ที่จะไปตัดเงินจากบัญชีของลูกค้าโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตในทันทีทันใด ดังนั้นเมื่อธนาคารช่วยติดต่อประสานงานให้กับคุณไปยังเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่งแล้ว แต่ถ้าเจ้าของบัญชีรายนั้นไม่ยินยอมที่จะโอนเงินคืนกลับให้คุณ ก็ถือได้ว่าหมดหน้าที่ของธนาคารค่ะ หากเจ้าของบัญชีที่คุณโอนเงินเข้าไปไม่ยินยอมที่จะคืนเงินให้กับคุณ สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปก็คือ ฟ้องร้องเพื่อขอเงินคืนด้วยตัวเองจากเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่ง ดังนั้น ในเบื้องต้น คุณอาจไปดำเนินการแจ้งความไว้ก่อนเพื่อเป็นหลักฐาน

                                                                                                                               ขอบคุณค่ะ

15
ปรึกษาข้อกฎหมาย / Re: การโอนที่ดิน
« เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2019, 14:02:23 »
กรณีโฉนดที่ดินสูญหาย สามารถขอออกใบแทนโฉนดที่ดินได้ โดยหากเป็นกรณีมีหลักฐานตรวจสอบได้ คือ มีตำแหน่งที่ดิน เลขที่โฉนดที่ดิน ชื่อและตราประจำตำแหน่งของผู้ว่าราชการจังหวัด และ/หรือชื่อและตราประจำ ตำแหน่ง ของเจ้าพนักงานที่ดินตามลักษณะของแบบโฉนดที่ดิน จะต้องมีหลักฐานประกอบ คือ  1.บัตรประจำตัวผู้ขอ 2.ทะเบียนบ้าน 3.หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี) 4.ต้องนำพยานที่เชื่อถือได้และ/หรือรู้เห็นการสูญหายของโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์อย่างน้อย 2 คนไปให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและพยานต้องนำบัตรประจำตัวไปแสดงด้วย ทั้งนี้ผู้ร้องจะต้องนำเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปยื่นที่สำนักงานที่ดิน ณ ที่ดินตั้งอยู่

                                                                                                                       ขอบคุณค่ะ

หน้า: [1] 2