สวัสดี คุณกำลังใช้งานในฐานะบุคคลทั่วไป โปรดเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อโพสข้อความติดต่อหรือแสดงความคิดเห็นค่ะ


หัวข้อ: ร้องเรียนขอความเป็นธรรม  (อ่าน 495 ครั้ง)

สวัสดีครับผมขอร้องขอความเป็นธรรมคือผมได้ซื้อบ้านแล้วเป็นหนี้บัตรเครดิต ต่อมาบัตรเครดิตเป็นโจทน์นอกยื่นฟ้องยึดบ้านไปบังคับขาย..ขายโดยติดจำนอง ต่อมามีบริษัทเข้ามาซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี โดยการขายติดจำนองไปและมีการรับมอบสิทธิ์ไปเรียบร้อยและมีการจ่ายเงินที่กรมบังคับคดี แต่ต่อมาผู้ซื้อหรือรับสิทธิ์ แจ้งให้ผมย้ายออก ผมย้ายออกและไม่มีผลประโยชน์ไม่เกี่ยวข้องกับบ้านหลังนี้ต่อไป หลังจากนั้น10เดือนผมได้รับหนังสือแจ้งจากธนาคารที่ผมซื้อบ้านว่าจะดำเนินคดีกับผมและผู้ซื้อหรือผู้มีกรรมสิทธิ์ ทำให้ผมเดือดร้อนอย่างมาก เพราะการบังคับคดีขายทรัพย์เป็นการขายแบบติดจำนองไปผู้ซื้อก็รับทราบอยุ่แล้วว่าบ้านหลังนี้ติดจำนองและจะตั้งรับภาระหนี้ที่เหลือทั้งหมดไปต่อจากผม ตอนนี้เดือนร้อนเสียทั้งบ้านและยังจะมาเป็นหนี้้้ก้อนใหม่อีกรอบ..ขอความเป็นธรรมด้วยครับ

โดย: กรฤต เมื่อ: 14 มกราคม 2019, 17:05:01


สวัสดีค่ะ
เหตุการณ์สัสดีทหารยิงพี่สาวของหนูค่ะ
สัสดีคนนี้เขายิงพี่สาวของหนู ผ่านมาประมาณ3-4ปีแล้วค่ะ เขายิงพี่สาวหนูทั้งๆที่พี่สาวของหนูไม่รู้เรื่องอะไร เขาจงใจที่จะยิง เขายิงเสร็จ เขาเลยรีบขับรถหนีออกไป บ้านหนูก็ได้มีการจัดงานศพ ประมาณวันที่3-4 สัสดีทหารคนนี้เขาได้มามอบตัว แล้วให้ดำเนินตามคดี พอเวลาผ่านมาได้ประมาณ1-2เดือน ก็ได้มีการตัดสินว่ามีโทษจำคุกประมาณ11ปี ส่วนทางครอบครัวหนูก็ต้องการให้ดำเนินไปตามรูปแบบของคดี และมาวันนี้ได้มีจดหมายส่งมาว่า สัสดีทหารคนนี้จะถูกปล่อยตัวออกมา ซึ่งเวลาที่เขาอยู่ในคุกก็ยังไม่ถึงครึ่งของโทษจำคุกเลยค่ะ หนูมีทางไหนอีกบ้างคะ ที่พอจะช่วยครอบครัวของหนูได้บ้าง หนูอยากขอความยุติธรรมตรงนี้ค่ะ

โดย: ภัทรภร เมื่อ: 21 มกราคม 2019, 17:05:50


เรียน  คุณกรฤต

             ในกรณีดังกล่าว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคือบัตรเครดิต ที่นำยึดบ้านออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โดยติดจำนอง
หากการประมูลซื้อบ้านของท่านต่ำกว่าราคาที่บ้านติดจำนองอยู่ ท่านและผู้ซื้อย่อมต้องรับผิดไถ่ถอนในส่วนที่ขาดนี้แก่ธนาคาร ซึ่งคำพิพากษาหรือคำสั่งใดๆของศาล ย่อมผูกพันคู่ความ ตามมาตรา 145 การที่ธนาคารเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ผู้ร้องชำระหนี้ส่วนที่ขาด หากเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินการใช้สิทธิทางศาลต่อไปนั้น จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
             หากท่านประสงค์ปรึกษากฎหมายเพิ่มเติม ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 02-141-5100
                                                                                   ขอบคุณคะ

โดย: MOJ-JSL เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 12:12:30


เรียนผู้อำนวยการเลขาธิการกองฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

                    เนื่องด้วย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 ข้าพเจ้า นางอนงค์ ตะกะศิลา ได้ไปทำการปิดบัญชี การกู้เงินเพื่อไถ่ทอนบ้าน กับกองฟื้นฟูและเกษตรกร  จังหวัดมหาสารคาม เป็นจำนวนเงิน …… และทางเจ้าหน้าที่ก็ได้บอกจะส่งเรื่องให้กับสำนักงานใหญ่ทางกรุงเทพฯ และให้รอทางสำนักใหญ่ทาง กรุงเทพฯ จะส่งเอกสารสำเนาทะเบียนบ้านมาให้
                    นับจากวันนั้นเป็นเวลา 1 เดือนก็ไม่มีการติดต่อมา ทางข้าพเจ้าก็พยายามโทรไปสอบถามว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่ารอทางสำนักงานที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นมาเราก็โทรสอบถามไปเรื่อยๆ  ทางเจ้าหน้าที่ ที่มหาสารคามก็แจ้งว่าคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ลาคลอด นับตั้งแต่นั้นมาเป็นระยะเวลา 4เดือน ทางข้าพเจ้ากับสามีและลูกสาว ก็ได้เข้าไปที่สำนักงาน   กองทุน ฯ เพื่ออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไหมต้องรอนานถึง 4 เดือน และไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่มีเจ้าหน้าติดต่อไปหาเลย พอเข้าไปสอบเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทางเราทำการจ่ายล่าช้าไป 1ปี และทางเจ้าหน้าที่คำนวณค่าใช้จ่ายผิด ถ้าเราต้องการทะเบียนบ้านคืน เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม….. ถึงจะได้เอกสารคืน  และทางจากเจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องจ่ายสองหมื่นกว่าตามใบการ์ดที่ทางสำนักงานที่กรุเทพฯ ส่งมาให้ถึงจะสามารถคืนเอกสารให้ได้ และในใบสัญญาที่ทางลูกหนี้ถือกับกองทุนฯ และสำนักงานกองทุนที่กรุงเทพฯ  ลงงวันที่ไม่ตรงกัน (อันนี้ถือเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่) แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกปัดความรับผิดชอบ และทางเจ้าหน้าที่ได้มีการติดต่อประสานงานกันกับทางกองทุนฯที่กรุงเทพ  และทางกองทุนที่กรุงเทพฯ บอกให้ยึดใบสัญญาที่ทางกรุงเทพฯ ถือไว้ แล้วบอกให้จ่ายค่าปรับกับดอกเบี้ยที่จะมีการเพิ่มขี้น ถึงจะได้เอกสารคืน
                    ข้าพเกิดข้อสงสัยว่าสัญญาที่ทางเจ้าหน้าที่กองทุนฯ ให้กับข้าพเจ้าถือมาตลอดเวลา 5 ปีนั้นคือสัญญาปลอมหรืออะไร แล้วทำไม่สัญญาที่ข้าพเจ้าถืออยู่ กับทางกองทุนที่กรุงเทพฯ ถือยู่ ถึงไม่เหมือนกันและเป็นคนละสัญญา แล้วอย่างนี้มันหมายความว่าอย่างไร ทั้งที่ทางเจ้าหน้าทำผิด แต่ให้ลูกหนี้ต้องมารับผิดชอบส่วนที่เจ้าหน้าทำผิด มันไม่ถูกต้อง และ แบบนี้ลูกหนี้ก็มีหนี้เพิ่มแบบไม่รู้ตัว ในเมื่อตัวเองพยายามจะให้หมดหนี้ แต่ต้องมามีหนี้เพิ่มในส่วนที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด มันถูกต้องแล้วหรือ และเราพยายามทำตามสัญญาและตารางที่เจ้าหน้ามอบให้ตรงตามเวลาเพื่อจะได้ไม่ต้องโดนปรับค่าจ่ายล่าช้า เพราะถ้าจ่ายช้าจะต้องโดนปรับข้อนี้ทางเราทราบดี ทางกองทุนฯ ก็รู้ดี และนั้นหมายถึงภาระหนี้ที่ต้องเพิ่มขึ้น เราถึงพยายามจ่ายให้ตรงเวลาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เหตุการณ์กับเป็นแบบนี้   
                    ทุกครั้งที่เราทำการจ่ายเราต้องโทรไปสอบถามกับเจ้าหนี้ทุกครั้ง เพราะปีแรกที่เราจ่ายไม่มีปัญหา แต่พอปีที่ 2 เข้าไปจ่ายเจ้าหน้าที่แจ้งว่าปีแรกเราจ่ายขาดเพราะตารางที่ให้นั้นเจ้าหน้าที่คำนวณผิด เรายอมรับเพราะว่าดอกเบี้ยคงจะไม่เยอะ และพอครบปีที่3 ต้องจ่ายอีกเจ้าหน้าที่แจ้งว่าปีที่2 เราก็จ่ายขาดอีก  แล้วแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้คำตอบยอดที่ถุกต้องว่าต้องจ่ายเท่าไร และเมื่อครบกำหนดจ่ายปีที่ 4 เราโทรเข้าไปสอบถามยอด คือโทรเข้าไปทางสาขา มหาสารคามก่อน กละทางมหาสารคามก็บอกให้เราโทรไปสาขาที่กรุงเทพฯ ต้องโทรต้องโทรกลับไปกลับมาแบบนี้เป็นเวลานานเกือบ ชั่วโมง และทางเจ้าหน้าที่ ที่มหาสารคามก็บอกเราว่าจะจ่ายเท่าไรก็จ่ายเข้ามา พอถึงปีสุดท้ายที่จะทำการปิดบัญชีทางกองทุนฯ จะคิดดอกเบี้ยให้ว่าค้างจ่ายเท่าไร  แต่เราไม่ยอมเพราะถ้าจ่ายขาดอีกเราต้องมาจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มอีกไม่ใช่น้อยๆ และทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งยอดที่ถูกต้องให้กับลูกหนี้  เราถึงได้จ่ายยอดที่ถูกต้อง  และ ณ เวลานั้น  ทางธนาคาร ธกส. จะปิดทำการแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ก็รอให้เราทำการจนสำเร็จ
          ข้าพเจ้าได้ให้ลูกโทรไปสอบถามกับทางกองทุนฯ ที่กรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่ก็บอกให้จ่ายเงินจำนวณ สองหมื่นกว่าก่อนถึงจะได้เอกสารคืน และเจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งว่าสัญญาที่ทางเจ้าหน้าที่มี เราต้องจ่ายทุกสิ้นเดือน เมษายน แต่สัญญาที่เราถือไว้ เราต้องจ่ายทุกสิ้นเดือน มีนาคม แบบนี้ถือว่าเราจ่ายล่วงหน้าก่อนหนึ่งเดือนของทุกๆปี

โดย: pok เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์ 2019, 17:05:17