สวัสดี คุณกำลังใช้งานในฐานะบุคคลทั่วไป โปรดเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อโพสข้อความติดต่อหรือแสดงความคิดเห็นค่ะ


หัวข้อ: กรณีโอนเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย โดยไม่มีการตกลงและแจ้งให้ทางโจทย์ทราบ  (อ่าน 2934 ครั้ง)

    ข้าพเจ้ามีคดีถูกทำร้ายร่างกายด้วยตัวข้าพเองและมารดา  คดีทำลายทรัพย์สิน และความรุนแรงในครอบครัวกับอดีตสามี ซึ่งตอนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น อยู่ระหว่างรอขึ้นศาลในกรณีฟ้องหย่า ซึ่งศาลนัดอีก 10 วันข้างหน้า แต่ทางสามีนั้นได้บรรลุแก่โทสะเข้ามาทำร้าร่างกายข้าพเจ้าและทำลายทรัพย์สินก่อน  โดยระหว่างที่คดีอาญาดำเนินกระบวนจากทางตำรวจส่งไปทางศาลทหารนั้น ทางอดีตสามีได้มีการหลอกให้เซ็นต์เอกสารเพื่อยกเลิกคดีอาญา 1 ครั้ง แต่ข้าพเจ้าไม่ยอมเซ็นต์ และให้เพื่อนนายทาหารถ่ายคลิปไว้เพื่อประจาน  ได้มีการให้นายทหารรัฐธรรมนูญ มาไกล่เกี่ย โดยยินยอมชดเชยเป็นจำนวน 30,000 บาท แต่ข้าพเจ้าได้ทำการชี้แจ้งแก่ทางนายทหารรัฐธรรมนูญแล้วว่า ข้าพเจ้าไม่สามารถยุติคดีความดังกล่าว เนื่องจากมีการหลอกให้เซ็นต์เอกสาร ถ่ายคลิปประจาน การข่มขู่ข้าพเจ้า และการหมิ่นประมาณ ข้าพเจ้ามีความประสงค์ที่จะดำเนิการในชั้นศาล
   จนเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี 1 เดือน ศาลทหารมีสอบปากคำจำเลย คืออดีตสามีข้าพเจ้า ก่อนวันนั้นหมาย (ข้าพเจ้ามาทราบภายหลังว่ามีการนัดหมายวันแล้ว) ประมาณ 1 เดือน มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของลูกสาวข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าได้ทำการเปิดเพื่อให้ทางอดีตสามีโอนเงินค่าเลี้ยงดูบุตรเข้ามาทุกเดือน เป็นเงิน 14200 บาท โดยทันทีทราบว่ามีเงินโอนเข้ามาแต่ไม่มีผู้ประสงค์แจ้งมาให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ดำเนินการติดต่อทางธนาคารเจ้าของบัญชีทันที และไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอภาพกล้องวงจรปิดจากทางธนาคาร ซึ่งทางธนาคารได้ดำนินการแต่ด้วยติดปัญหาทางกฏหมายหลายด้าน ทำให้ทางธนาคารมีความล่าช้าในการส่งข้อมูล ข้าพเจ้าจึงได้เดินทางไปแจ้งยังอัยการทหาร เพื่อแจ้งความจำนงว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบว่ายอดเงินดังกล่าวนั้นเกี่ยวกับคดีหรือไม่ หากเกี่ยวข้องจริง ข้าพเจ้ามีความประสงค์ไม่รับเงินดังกล่าวและไม่มีการตกลงใดๆกับทางจำเลยทั้งสิ้น ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ทำการเคลื่อนไหวบัญชี เพื่อรอการตรวจสอบจากทางธนาคาร

   เมื่อถึงวันพิพากษา ศาลมองว่า ยอดเงินดังกล่าวนั้น เป็นการบรรเทาทุกข์ที่ทางจำเลยมอบให้ และถือว่าข้าพเจ้ารับแล้ว เพราะมีหลีกฐานการโอนจริง ถึงแม้ข้าพเจ้าได้ส่งเอกสารต่างๆให้ทางอัยการว่า ทั้งหมดเป็นการกระทำเพียงฝ่ายเดียว และเป็นการกระทำล่วงหน้าก่อนขึ้นศาเพียง 1 เดือน แต่ไม่เป็นผล ทางศาลยังยืนยันว่า ยอดเงินดังกล่าวเหมาะสมกับการชดเชยให้ข้าพเจ้าแล้ว เพราะตอนเกิดเรื่องเป็นแค่ศษลนัดไกล่เกี่ยเรื่องหย่า แต่ยังไม่ได้หย่า ทรัพย์สินที่ทำลายนั้น ถือว่า เป็นของสามีภรรยาร่วมกัน ถึงแม้มารดาข้าพเจ้าจะเจ็บตัวด้วยก็ตาม

ข้าพเจ้าขอถามว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นที่สามารถโอนเงินหรือจ่ายเงินนั้นๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ทราบที่มาว่าใครเป็นผู้ให้เงิน ถือว่า เป็นการรับเงินเพื่อบรรเทาทุกข์จริงๆหรือไม่ หากมีการทำร้ายร่างกายหรือทรัพย์สินเกิดขึ้นอีก ต่อให้ข้าพเจ้าแจ้งความดำเนินคดี แต่มียอดเงินโอนมา ถือว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้ยินยอมรับเงินแล้วหรือ

ทั้งนี้ข้าพเจ้าไม่ต้องการที่จะหมิ่นคำพิพากษาขอศาล กฏหมายมีช่องโหว่งสามารถทำแบบนี้ได้จริงๆหรือไม่


โดย: baiboo เมื่อ: 14 มีนาคม 2019, 23:11:12


เรียน  คุณ  baiboo

           ในกรณีดังกล่าว เป็นการดำเนินการพิจารณาคดีของศาลทหาร ซึ่งจะมีวิธีดำเนินการพิจารณาเฉพาะ
อาจมีความแตกต่างจากการพิจารณาคดีอาญาของศาลยุติธรรมทั่วไป ตาม พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร ได้กำหนดการอุทธรณ์ไว้ว่า
ให้อุทธรณ์คำพิพากษาภายใน 15 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังนั้น หากท่านเห็นว่าคำพิพากษาดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ท่านต้องการตามคำฟ้อง ท่านสามารถโต้แย้งคำพิพากษาโดยการอุทธรณ์คำพิพากษาภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้
                                                                              ขอบคุณค่ะ

โดย: MOJ-JSL เมื่อ: 22 มีนาคม 2019, 12:12:59