สวัสดี คุณกำลังใช้งานในฐานะบุคคลทั่วไป โปรดเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อโพสข้อความติดต่อหรือแสดงความคิดเห็นค่ะ


หัวข้อ: พบหลักฐานพยานโจทก์ให้การเท็จระหว่างรอศาลอุทธรณ์  (อ่าน 4399 ครั้ง)

คดีของหลาน..ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก33ปี..พยานโจทก์(ตำรวจ)ให้การเท็จในชั้นสืบพยาน..แต่ในวันสืบพยานเราหาหลักฐานไม่ได้..ต่อมาได้สำนวนคดีมาอ่านและไปค้นหาคลิปข่าว..จึงพบว่าตำรวจให้การเท็จ(สามารถแสดงด้วยภาพตามข่าวประกอบกับคำให้การของตำรวจที่ให้ไว้กับศาลชั้นต้น)..ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์..หลักฐานที่แสดงว่าพยานโจทก์ให้การเท็จดังกล่าว..มีช่องทางที่จะร้องขอความเป็นธรรมจากศาลได้ไหมครับ..ขอบคุณครับ

โดย: ศุภชัย เมื่อ: 09 พฤษภาคม 2019, 12:12:58


เรียน  คุณศุภชัย

        ตามธรรมดาในคดีความต่างๆไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรืออาญา ก่อนที่จะมีการนำสืบพยานหลักฐานใดๆ ก็จะต้องมีการยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลเสียก่อน เพื่อให้ศาลและฝ่ายตรงข้ามได้มีโอกาสตรวจสอบและเตรียมการโต้แย้งได้ถูกต้อง
       ในคดีอาญานั้น หากมีการตรวจพยานหลักฐาน คู่ความจะต้องยื่นบัญชีพยานก่อนวันตรวจพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 7 วัน หากจะยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมต้องยื่นก่อนการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น หากไม่มีการตรวจพยานหลักฐาน โจทก์จะต้องยื่นบัญชีระบุพยานไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนสืบพยาน ส่วนจำเลยจะต้องยื่นบัญชีพยานก่อนวันสืบพยานจำเลย หากยื่นเลยกำหนดดังกล่าว ก็จะต้องยื่นคำร้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นว่า เหตุใดจึงไม่ยื่นบัญชีพยานดังกล่าวตั้งแต่แรก (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173/1 และมาตรา 229/1)
ซึ่งวิธีการอ้างอิงพยานหลักฐานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาโดยการยื่นเอกสารแนบท้ายอุทธรณ์ฎีกานั้น ทางที่ถูกต้อง คู่ความควรจะยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมพร้อมกับทำบัญชีพยานเพิ่มเติมต่อศาล โดยในคำร้องจะต้องระบุถึงเหตุต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เช่น
        1. พยานหลักฐานดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่เพิ่งเกิดขึ้น หลังจากมีการสืบพยานหลักฐานในศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นไปแล้ว
        2.พยานหลักฐานดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญในคดี ที่จะทำให้การวินิจฉัยชี้ขาดคดีในประเด็นสำคัญเป็นไปโดยถูกต้องเที่ยงธรรม
        3. พยานหลักฐานดังกล่าว สามารถเชื่อถือได้ มีความแน่นอน ไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบ เช่นเป็นเอกสารราชการที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้โดยง่าย
       4. มีเหตุสุดวิสัย ที่ทำให้ไม่สามารถนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาสืบได้ในศาลชั้นต้น เช่น คู่ความฝ่ายตรงข้ามเพิ่งกล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมา ซึ่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่เคยทราบมาก่อน คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจึงไม่รู่ว่าจะต้องเอาพยานหลักฐานส่วนนี้มาแก้ข้อเท็จจริงดังกล่าว
       5. เพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยในคดีอาญาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ดี แม้ไม่มีการยื่นคำร้องดังกล่าว แต่ถ้าหากศาลเห็นว่า พยานหลักฐานที่แนบมาท้ายอุทธรณ์หรือฎีกานั้น เป็นพยานหลักฐานที่สำคัญที่ทำให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม หรือเพื่อให้โอกาสแก่จำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ศาลก็อาจจะรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้
                           
                                                                                                 ขอบคุณค่ะ

โดย: MOJ-JSL(2) เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2019, 11:11:06