สวัสดี คุณกำลังใช้งานในฐานะบุคคลทั่วไป โปรดเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อโพสข้อความติดต่อหรือแสดงความคิดเห็นค่ะ


หัวข้อ: เรื่อง ขอให้พิจารณาในชั้นศาลอุธรใหม่  (อ่าน 1172 ครั้ง)

เรียน ท่านผู้บริหาร งานกระทรวงยุติธรรม

   ดิฉัน มีเรื่องร้องทุกข์ ดังนี้ค่ะ 
 
   ดิฉัน ประกอบอาชีพพนักงานบริษัท มา 10 กว่าปี  ทำงานด้านการบัญชีมาโดยตลอด และ มีอาชีพพิเศษ คือรับจ้างทำบัญชี รับเป็นงานๆ เป็น เคส ๆ ไป  มีลูกค้าอยู่เจ้านึง  รู้จักกันในนามของ ผรม. ที่มาทำงานให้กับบริษัทที่ดิฉันทำงานอยู่ รูู้จักกันมาประมาณ 1 ปี และได้มาติดต่อ ขอให้ ดำเนินการจดทะเบียน เปิดบริษัท ให้ ซึ่งเป็นธุรกิจ ประเภทตัวแทนหาคนเข้าทำงาน ในบริษัทต่างๆ  ดิฉันรับทำงานนี้ โดยทำหนังสือสัญญาจ้างเป็นกิจจะลักษณะ รับมอบอำนาจ มาจดทะเบียนให้

   จดทะเบียนเมื่อ ประมาณเดือน สิงหาคม 2560  พอประมาณเดือน กันยายน 2560  ดิฉัน รับสายจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.มาสอบถามว่าได้ไปทำธุรกรรมอะไร เกี่ยวกับ บริษัทเจริญสุด ธนวัฒน์ สินทรัพย์มั้ย ดิฉันบอก ทำค่ะ รับมอบอำนาจไปเปิดบริษัท  ตำรวจเรียกตัวค่ะ  ดิฉันก็เดินทางไปวันนั้นเลย ไปพบตำรวจ ปรากฎว่า เจอหุ้นส่วนบริษัทคนที่ 2  ที่รับจดทะเบียนให้ ค่ะ  เค้าไปแจ้งความ ว่า หุ้นส่วนที่ 1 กับดิฉัน ร่วมกันฉ้อโกง เงินลงทุนในบริษัท (บริษัทที่ดิฉันรับจ้างจดทะเบียน) ดิฉันงง มาก อะไรเนี๊ยะ   เค้าให้ดิฉันติดต่อ หุ้นส่วนคนที่ 1 มาพบ
    เมื่อมาเจอกัน 2 คนเค้าก้อคุยกันค่ะ ตกลงชดใช้เงินคืนให้ ภายในอีก 1 เดือนข้างหน้า  ตำรวจบันทึกข้อตกลงค่ะ ว่าจะชดใช้คืน เมื่อไหร่ยังไง   สุดท้าย ลงชื่อรับทราบกัน  มีดิฉันลงด้วย (ลงชื่อไปด้วยค่ะ) ไม่ได้เอะ ใจอะไร กะเขาเลย  แต่หันไปถามตำรวจก่อนแล้วนะค่ะว่า ต้องเซนต์ด้วยหรอค่ะ  ตำรวจบอก เซนต์ สิครับ ก็เค้าแจ้งคุณ 2 คน อ่ะ  สรุปค่ะจากที่เซนต์ชื่อไปวันนั้น  ทำให้ เกิดเรื่องถึงวันนี้ ค่ะ

   หุ้นส่วน ที่ 1 หาเงินมาคืนไม่ได้ ค่ะ  ไม่มาคืนตามนัด 

   จนเรื่องขึ้นถึงศาลชั้นต้นค่ะ ไกล่เกลี่ยกันไม่ได้  ดิฉันไม่ยอมรับ เพราะ รู้ตัวดี ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวอยู่แล้ว หุ้นส่วนที่ 1 รับเองไปคนเดียว ว่าเอาเงินไปจริง จะชดใช้เอง

   ดิฉัน แยกฟ้องค่ะ  เพราะดิฉัน ถือว่าดิฉันไม่ได้เอาไปค่ะ ดิฉันไม่ได้ผิดอะไร

  ผลปรากฎว่า แพ้คดีค่ะ   ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ดิฉัน มีความผิด จำคุก 3 ปี พร้อมชดใช้เงิน

   ขณะนี้ ยื่นอุธร อยู่ค่ะ  ยื่นเมื่อ 10/6/62

   ดิฉันอยากร้องทุกข์ ดังนี้ค่ะ

  1. การที่ดิฉัน ไม่ได้ให้การในชั้นพนักงานสอบสวน ดิฉันปฏิเสธ ข้อกล่าวหา ไม่ได้หมายความว่าดิฉัน ผิด

  2. การที่ดิฉัน เซนต์ชื่อในเอกสารบันทึกข้อตกลงนั้นไป เนื่องจากดิฉัน รู้ตัวดีค่ะ ว่าไม่ได้เป็นคนเอาไป ดิฉันบริสุทธิ์ใจที่จะเซนต์ และดิฉันก็เป็นคนตามคนที่เอาเงินไป มารับผิดชอบให้แล้ว และเห็นเค้าคุยกัน เข้าใจกัน ด ี ระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน (ข้อนี้ตอนนี้มาทราบค่ะว่าตัวเองพลาดไปจริงๆ ค่ะ)
  3. เมื่อดิฉันแยกฟ้อง ทำไม ศาลชั้นต้น ไม่ฟัง ที่หุ้นส่วนที่ 1 รับสารภาพ เองว่าเอาไป เค้าก้อมาเป็นพยานให้ดิฉันว่า เขาเป็นคนเอาไปเอง ดิฉันไม่เกี่ยว  แต่ศาลท่านไม่รับฟังค่ะ
  4. ดิฉันยืนยัน ต่อศาลอุธรณ์ ค่ะว่า Statement ธนาคาร  ที่ส่งไปให้ ไม่มีเงิน ส่วนที่เป็นคดีกัน เข้ามาเกี่ยวข้อง มีเพียงเงินที่ หุ้นส่วนที่ 1 โอนให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเปิด บริษัท เท่านั้น

  5. หลักฐาน แค่นี้ พอจะทำให้ ศาลอุธรณ์ ท่าน กลับมาพิจารณาใหม่ ได้มั้ยค่ะ หรือ ท่านจะยืนตามศาลชั้นต้น

  6.  ดิฉันคุย กับผู้เสียหาย เค้า จะเอาเงินคืนจากดิฉัน 1 ล้านบาท (เท่ากับเงินที่เค้ามาลงทุน)  ดิฉันไม่มีคืนหรอกค่ะ  เพราะไม่ได้เอาไป จะเอาที่ไหนไปให้  แบบนี้ เค้าทำไม ไม่ไปเอาคืนกับ หุ้นส่วนคนที่ 1 ล่ะค่ะ  แบบนี้เค้า จะได้คืน คนละล้าน  2 คน 2 ล้านหรอค่ะ เค้าทำกันแบบนี้ได้หรอ ค่ะ (เป็นช่องโหว่ ของกฎหมายมั้ยค่ะ ที่ทำให้เค้าใช้ตรงนี้ มาทำหาเงินเข้ากระเป๋า)

    ลืมบอกค่ะ ว่า หุ้นส่วนคนที่ 1  คนที่เอาเงินไป  เค้ารับสารภาพ พิพากษาจำคุก 1ปี 6 เดือน และชดใช้เงินค่ะ  พิพากษาติดน้อยกว่าดิฉันอีกค่ะ       



ขอฝากร้องทุกข์ ค่ะ  ดิฉันไม่ได้เอาเงินเขาไป ไม่มีเจตนาจะฉ้อโกงใคร  ทำงานบริษัท รับจ๊อบหาเลี้ยงครอบครัว หาเลี้ยงลูกไปเดือนๆ นึง
หากดิฉันติดคุก  ลูกๆ จะอยู่ยังไง   ตอนนี้เครียด มากๆ ค่ะ

   อยากหา ใครที่ พอช่วยเหลือ ให้ทางสว่างได้บ้าง   

ฝากเบอร์ติดต่อ กลับหน่อยนะค่ะ 0800621819

โดย: วาสนา วัตวงษ์ เมื่อ: 06 สิงหาคม 2019, 10:10:15


เรียน คุณวาสนา วัตวงษ์
       ตามที่ท่านแจ้งว่ามีความประสงค์ต่อกระทรวงยุติธรรม กรร๊ที่ได้ถูกฟ้องดำเนินคดีอาญา ในฐานความผิดฉ้อโกงนั้น
       ขอเรียนให้ทราบในเบื้องต้น ในการยื่นเรื่องร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมนั้น ท่านจะต้องทำเป็นหนังสือและแจ้งความประสงค์ในการขอรับความช่วยเหลือให้ชัดเจน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อและที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้พร้อมทั้งเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการยื่นคำร้อง ส่งมายังกระทรวงยุติธรรม อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคาร A เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 
        ทั้งนี้ เรื่องของท่านอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งหากท่านมีพยานหลักฐานอย่างอื่นที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าท่านไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าว สามารถยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมต่อศาล เพื่อให้พิจารณาได้ แต่อย่างไรก็ตามในการพิจารณาอนุญาตให้ยื่นเพิ่มเติมหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลในการพิจารณาอนุญาต
        จึงเรียนมาเพื่อทราบ

โดย: MOJ-JSL(2) เมื่อ: 07 สิงหาคม 2019, 11:11:53