สวัสดี คุณกำลังใช้งานในฐานะบุคคลทั่วไป โปรดเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อโพสข้อความติดต่อหรือแสดงความคิดเห็นค่ะ


หัวข้อ: เหตุเกิดบนสะพานมี 2 เลน  (อ่าน 1931 ครั้ง)

เหตุเกิดบนสะพานมี 2 เลน
และรถติดทั้งสองเลนเป็นทางยาว ผมขับรถมอเตอร์ไซต์บนสะพาน มุ่งตรงมา โดยขับระหว่างช่องทาง 1 และ 2 มีมอเตอร์ไซต์ที่มาจากด้านซ้ายช่องทาง 1 เลี้ยวมามาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผม ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องชน ผมจึงชนมอเตอร์ไซต์มาตัดหน้า แล้วรถมอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผมไปเฉี่ยวกันชนหน้ารถเก๋ง กันชนรถเก๋งปริออกประมาณคืบกว่า ๆ บริษัทประกันรถเก๋งเรียกค่าซ่อมกันชนจากผม ประมาณ 9000 กว่า (ทั้งที่กันชนรถเก๋งปริออกประมาณคืบกว่า ไม่ได้เสียมากมายนัก คือ เช่น กันชนไม่ได้แตกหักตรงกลาง) ผมไม่ใช่ต้นเหตุปัญหา

ต้นเหตุปัญหาคือ มอเตอร์ไซต์มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผม บริษัทประกันต้องไปเก็บเงิน 9000 ที่ต้นเหตุปัญหาคือ มอเตอร์ไซต์มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผม ไม่ใช่มาเก็บที่ผม (กลับกันถ้าผมเป็นต้นเหตุ คือเป็นมอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผม   ผมจะใช้ค่าเลียหายให้รถเก๋งทั้งหมด หรือกรณีถ้าผมขับไปชนรถเก๋งเอง โดยไม่มีรถคันอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
นั่นแหล่ะ ผมถึงจะชดใช้ค่าเสียหายให้ ผมคิดว่าจะไม่จ่ายค่าซ่อมตามบิลที่บริษัทประกันส่งมา และคิดว่าบริษัทประกันคงต้องฟ้องศาล ผมจึงวางแผนต่อสู้คดี ตามเหตุผลที่ผมบอก ผมใม่ใช่ต้นเหตุผมจึงไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมกันชน

ในบันทึกประจำวัน ร้อยเวรบอกว่าความประมาทเกิดจากการขับขี่ของผู้ต้องหาทั้งสอง (รถที่มาตัดหน้าผมเป็นผู้ต้องหาที่ 1 ผมเป็นผู้ต้องหาที่ 2) วันที่ชนผมตกใจมากเพราะเป็นครั้งแรก จึงเสียค่าปรับไป 400   ร้อยเวรบอกผมประมาทเพราะผมขับรถระหว่างช่องทาง 1 และ 2 
(สะพานที่ผมขับนี้ประมาณ  80 %  ของรถมอเตอร์ไซต์เวลารถติดก็ขับระหว่างช่องทาง 1 และ 2  ทั้งนั้น   20 %  ของรถมอเตอร์ไซต์ขับติดขอบสะพานซึ่งขอบสะพานถนนก็ขรุขระ  มีทรายบนพื้นเสี่ยงต่อการลื่นล้ม  น้ำขัง  ขยะต่าง ๆ เช่น เศษไม้ เสื้อผ้า  ฯลฯ)
ที่ทะแม่งคือ ร้อยเวรบอกว่าการขับมอเตอร์ไซต์ที่ถูกคือ ต้องขับต่อรถเก๋ง(คล้าย ๆ มอเตอร์ไซต์เป็นรถเก๋งคันหนึ่งไปเลย) ซึ่งผมคิดว่าไม่เคยเห็นถนนไหนเลยที่มอเตอร์ไซต์ขับต่อตามหลังรถเก๋งเวลารถติด

2 วันต่อมาผมไป สน.อีก ผมอธิบายว่าผมไม่ผิดจนร้อยเวรบอกว่าจะคืนค่าปรับ 400 ให้ผม แต่ปัจจุบันยังไม่ได้คืน
หลายวันต่อมาผมนั่งค้นคว้าข้อมูลจนเห็นว่าจริง ๆ แล้วผมไม่ได้เป็นผู้ต้องหา   แต่ผมเป็นผู้เสียหายที่ 1 เพราะเขามาตัดหน้าผม ผมชนแล้วรถผมล้ม และรถเก๋งเป็นผู้เสียหาย 2
กรณีที่ผมประมาทต้องเป็นกรณีผมขับรถตามมอเตอร์ไซต์คันนี้ แล้วผมขับเข้าชนเขา แล้วเขาไปชนรถเก๋ง
และกรณีประมาทร่วม คือ มอเตอร์ไซต์ผมกับมอเตอร์ไซต์คันนี้ไปชนรถเก๋งพร้อมกัน

คำถามครับ

1. ผมจะต้องไปแจ้งความเปลี่ยนบันทึกประจำวัน เพื่อเปลี่ยนให้ผมเป็นผู้เสียหาย เพราะผมคิดว่าเหตุที่บริษัทประกันส่งบิลให้ผมเพราะในบันทึกประจำวันบอกว่าผมประมาท    อย่างนี้(เปลี่ยนบันทึกประจำวัน)ทำได้ใช่ไหมครับ และถ้าตำรวจไม่รับแจ้งความ ตำรวจผิดไหมครับ และถ้าตำรวจไม่รับแจ้งความ ผมจะต้องทำอย่างไรต่อไปครับ

2. หนังสือที่บริษัทประกันส่งมา ระบุว่า ให้ผมชดใช้ภายใน 7 วัน พร้อมดอกเบี่ย 7.5 %
2.1 บริษัทประกันกำหนดระยะเวลาสั้น ๆ ชดใช้ภายใน 7 วัน อย่างนี้ได้ด้วยหรือครับ ทำไมไม่ให้เวลามากกว่านี้
2.2 แล้วดอกเบี่ย 7.5 % ทำได้ด้วยหรือครับ เอากฎหมายข้อไหนมาอ้าง

3. บริษัทประกันรถเก๋งเรียก ค่าซ่อมกันชนจากผม ประมาณ 9000 กว่า (ทั่งที่กันชนรถเก๋งปริออกประมาณคืบกว่า ไม่ได้เสียมากมายนัก เช่น กันชนไม่ได้แตกหักตรงกลาง) 9000 มันเกินไปหรือเปล่า เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า กันชนรถเก๋งที่ปริออก บางที่แค่ติดกิฟก็เข้าที่เข้าทางแล้ว ผมว่าบริษัทประกันต้องบอกให้เจ้าของรถเก๋งทำอย่างนี้ บริษัทประกันไม่ชอบมาพากลครับ ตุกติก ทำเกินกว่าเหตุ ถามถ้าท่านมีประสบการณ์เรื่องนี้ ท่านมีความเห็นอย่างไร  เราสามารถร้องสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือสมาคมประกันภัยให้มาตรวจค่าซ่อมที่เกินกว่าเหตุได้ไหมครับ อย่างไร และถ้าตรวจแล้วผล คือ บริษัทประกันคิดค่าซ่อมที่เกินกว่าเหตุ บริษัทประกันผิดตามกฎหมายใด อย่างไร รวมถึงเจ้าของรถเก๋ง(ที่ไปร่วมกับบริษัทประกัน)ที่กันชนปริออกผิดไหมครับ ถ้าผิดผิดตามกฎหมายใด อย่างไร

ขอบคุณครับ

โดย: win2512 เมื่อ: 09 กันยายน 2019, 15:03:08